˹���á Forward Magazine

ตอบ

อีโตจัน (10)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ อีโตจัน (10) 


http://hysteriaculture.wordpress.com

http://www.facebook.com/hysteriaculture

บทความ/นิยายในเพจ Hysteria นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียน “นายมัลนร ล้ำสกุลวงศ์” (https://www.facebook.com/ArmandVladJekyllDangouleme8774 และเพจ http://www.facebook.com/hysteriaculture )เท่านั้น ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ

(ความเดิมจากตอนที่แล้ว) : จันทราแอบลอบเข้าไปใน The Salon Of Love พบความลับว่าแท้จริงแล้วธุรกิจความงามครบวงจรถูกเปิดมาบังหน้าธุรกิจค้ามนุษย์ มาดามDitaมาถึงประเทศญี่ปุ่น จียอนกับเอียนจือ ดอกทองปะทะฮวายองกับฝน ราชินีพัดเหล็กคาโอริเล่าอดีตยามที่เธอเจอจันทราครั้งแรก

ณ โรงแรมห้าดาวย่านโตเกียวพาราไดซ์ – – มาดามDitaกำลังนั่งจิบแชมเปญพลางนั่งชมบรรยากาศแบบพาโนราม่าของใจกลางกรุงโตเกียว “ความใฝ่ฝันของลูกผู้หญิงคงจะไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการที่จะได้ชื่นชมบรรยากาศสวยๆงามๆแบบนี้ แต่สำหรับฉันแค่นั้นคงไม่เพียงพอ” Ditaจิบไวน์พลางใช้ส้อมหั่นเค้กวานิลลาชิ้นบางๆเข้าปากอย่างอารมณ์ดี “ผมรับปากกับมาดามว่าผมจะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้มาดามได้ครอบครองเมืองที่สวยงามนี้ครับ” โดมินิคพูดพลางมองDitaด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูน “ฉันรู้ว่าเธอจะเป็นคนเดียวที่ฉันสามารถฝากความหวังไว้ได้โดมินิค มิเช่นนั้นฉันคงไม่เลือกเธอมาเป็นคู่ชีวิต” Ditaหันไปยิ้มให้โดมินิคแต่เป็นรอยยิ้มในแบบที่ทรงอำนาจและเยือกเย็นของนางพญาที่พึงมอบให้แก่บ่าวต่างจากความอบอุ่นและภักดีที่โดมินิคมอบให้โดยสิ้นเชิง ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องตรงข้ามราชินีพัดเหล็กคาโอริกำลังถ่ายภาพของเธอกับบรรยากาศและแสงไฟยามค่ำคืนแบบพาโนราม่าของโตเกียวอัพลงอินสตาแกรมพร้อมกับพิมพ์ข้อความบ่งบอกถึงแผนการต่อไปเป็นนัยๆว่า “Like diamonds in the sky” โดยที่ฝน,ฮวายองและหลงเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่กดไลค์รับทราบพร้อมรีบดำเนินตามแผนการทันที

แคทลายีได้มาหามาดามDitaที่โรงแรมพร้อมกับนำภาพถ่ายของอีโตจัน,เอียนจือ,เคียวโกะ,ฮวายอง,ฝนและราชินีพัดเหล็กคาโอริมาให้Ditaพิจารณา เธอยิ้มชื่นชมกับความสวยน่ารักของอีโตจันและเคียวโกะ “ฉันชอบเด็กสองคนนี้มากๆฉันเชื่อว่าจะเป็นสินค้าใหม่ที่ทำเงินมหาศาล” เธอพูดพลางสลับมาดูรูปของเอียนจือกับฮวายองแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ เธอข้ามรูปของฝนไปก่อนจะมาหยุดที่ภาพของราชินีพัดเหล็กคาโอริในผมสีเงิน “Oh Dear!ฉันว่ายัยคนนี้ดูร้ายนิดๆมีเสน่ห์มากแต่จากหน้าตาน่าจะประมาณ30ต้นๆได้ แต่ก็สวยมากๆฉันว่าหล่อนมีแววแบบ’ฮโยริน’ที่จะได้มาฝึกงานเป็นนกต่อของเธอ” มาดามDitaหัวเราะอย่างสบายอารมณ์ ก่อนที่สีหน้าจะเริ่มเปลี่ยนมาฉายแววหนักใจมากขึ้นเรื่อยๆๆจนกลายเป็นแยกเขี้ยวเมื่อได้ดูวิดีโอที่ลานจอดรถถึงการต่อสู้ของพวกเอียนจือ ดอกทอง,เคียวโกะและอีโตจันรวมถึงการที่จันทราเพิ่งลอบเข้าไปสังหารแมงดาที่The Salon Of Loveถึง5คน “มันเป็นไปได้ยังไงเรื่องแบบนี้มีแต่ในหนังจีน!!!” โดมินิคเบิกตาโพลง “นี่แหละค่ะปัญหาใหญ่ที่ดิฉันบอกดูเหมือนว่าเรากำลังจะเจอกับผู้มีวิทยายุทธ์” แคทลายีรายงานเจ้านาย “ไม่ใช่ปัญหา!!! เราอยู่ในยุคของเงินตราและเทคโนโลยีอย่าลืมสิ” มาดามDitaยิ้มมุมปาก “Diamondเตรียมตัวประกาศสงครามได้เราจะไปเยือนถิ่นของพวกมัน ฉันอยากจะดูความสามารถในการต่อสู้ของพวกมันให้เห็นกับตาเสียหน่อย” Ditaจิบไวน์พลางยิ้มอย่างเยือกเย็น

มาดามDita,แคทลายีและคณะติดตามเดินออกมาจากห้องพร้อมกับเดินตรงไปที่ลิฟท์แก้วใจกลางโรงแรมสำหรับแขก VIP แคทลายีทำหน้าที่เจ้ากี้เจ้าการจัดแจงทุกสิ่งทุอย่างให้Ditaตามประสามือขวาเธอเดินตรงไปหมายจะกดลิฟท์แก้วหากแต่มีมือหนึ่งที่ไวกว่า “ฝน”ได้เดินมากดลิฟท์แก้วตัดหน้าพร้อมกับราชินีพัดเหล็กคาโอริในชุดราตรีสีดำดูทรงสง่ากับผมแพล็ททินั่มบลอนด์ส่องประกายซึ่งทำให้เธอดูเหมือนเป็นปฏิปักษ์ของDitaในชุดราตรีเกาะอกสีขาวบริสุทธ์คลาสสิคแบบ”มาริลีน มอนโร”ไปโดยปริยาย “อะไรกันนี่พวกเธอนี่มาดามDitaแขกคนสำคัญจากฝรั่งเศสเชียวนะ จะให้มาใช้ลิฟท์ร่วมกับพวกเธอหรือ?” ก่อนที่เธอจะจำนางมารได้ว่าเคยเจอกันที่โตเกีศพาราไดซ์แล้วหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย “อ๋อ คุณป้าคนนั้นนี่เอง!!!”ฮวายองที่เดินควงหลงตามมาทีหลังเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความเสแสร้งและเยาะเย้ย “เอ่อ ขอโทษทีนะคะคือเผอิญคุณเปลี่ยนสีผมดิฉันจำไม่ได้ ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ” แคทลายีรีบก้มหัวขอโทษกลบเกลื่อน ในขณะที่Ditaมองตรงมาที่นางมารอย่างสนใจ “โปรดอย่าเก็บมาใส่ใจเลยค่ะ! เพราะดิฉันก็ใช่ว่าจะใส่ใจกับกิริยาของคนรอบข้างเท่าไร ว่าแต่ดิฉันก็ไม่ใช่คนสำคัญ ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยล่ะค่ะแต่ก็มีเงินมากพอที่จะมาเปิดห้องสูทพัก แบบนี้คู่ควรพอจะใช้ลิฟท์เฉพาะแขกVIPมั้ยคะ?” นางมารหัวเราะในลำคอแต่ใบหน้าที่รื่นเริงดูอารมณ์ดีของเธอช่างตรงข้ามกับน้ำเสียงและคำพูดที่เสียดสีโดยสิ้นเชิงจนทำเอาแคทลายีพูดไม่ออก “ดิฉันต้องขอประทานโทษจริงๆค่ะสำหรับการเสียมารยาทของสหายของดิฉันในครั้งนี้” มาดามDitaเดินออกมาข้างหน้าด้วยรอยยิ้มเปี่ยมมิตรไมตรี “ดิฉันมาดามDitaอุทิศตนทำงานด้านสวัสดิการสังคมในฝรั่งเศส ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอยื่นมือมาให้นางมารที่ยื่นมือตอบกลับโดยดี “ดิฉันคาโอริเจ้าของกิจการด้านแฟชั่นและบูติคจากประเทษจีนค่ะ” Ditaดูเหมือนจะชะงักไปกับความเย็นยะเยือกทั้งจากสัมผัสและแววตาของนางมารก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยมือเมื่อลิฟท์เปิดออก

ในลิฟท์ราชินีพัดเหล็กคาโอริ,ฝน,หลงและฮวายองได้ตั้งใจฟังแคทลายีสนทนาทางโทรศัพท์กับสายที่เธอส่งไปให้คอยติดตามการเคลื่อนไหวของพวกจันทราทุกฝีก้าว “อะไรนะพวก’จันทรา’ไปที่ภัตราคารหอนางโลมจีนเหรอ? เฝ้าดูไว้!!!” นางมารแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็นพลางเดินตามลูกสมุนออกจากลิฟท์ “ท่านอาจารย์เอายังไงดีเจ้าคะ?”ฝนถาม “จัดการตามแผนของเราก่อนและถ้าทุกสิ่งมันเสร็จเร็วเราค่อยตามไปเล่นกับพวกมัน” นางมารเดินขึ้นรถคันงามไปในขณะที่ Dita กำลังยืนยิ้มแย้มและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน “ดิฉันกับมาดามโอซาว่าเรารู้จักกันมานานแล้วค่ะ โฮะๆๆ วันนี้คุณโดมินิคเหนื่อยจากการเดินทางมากๆก็เลยเป็นโอกาสดีที่สาวๆจะไปเปิดหูเปิดตาหาอะไรอร่อยๆทานพลางเม้าท์มอยสัพเพเหระไปเรื่อยประสาลูกผู้หญิง” Ditaและแคทลายียืนท่ามกลางทะเลแสงแฟลช ระหว่างที่รถของราชินีพัดเหล็กคาโอริยูเทิร์นกลับมาโดยนางมารหันมามองที่ Dita ด้วยความรู้สึกสนใจ “ดูไว้นะฝนตัวอย่างที่โลกเราอยู่ยากขึ้นทุกวัน!” คาโอริหัวเราะก่อนจะหยิบIphoneขึ้นมาเปิดอัลบั้ม “Lotus” ของ”Christina Aguilera”ศิลปินโปรดฟังระหว่างรถของเธอกำลังมุ่งสู่คฤหาสน์ใจกลางเมืองของเป้าหมาย – – ที่หอนางโลมจีนจียอนได้ขอดึงตัวฮารุกะมาให้ปากคำเล็กน้อยสำหรับเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี “โอซาว่า แคทลายี”ในห้องครัวจันทรากับมิซาเอะได้มาช่วยหนีตั่วแจ้เป็นลูกมือในการจัดแจงหั่นผัก เนื้อสัตว์และเตรียมวัตถุดิบ “อาฮารุกะอีเปนเดกลีนาค้า ขยันมากๆอ้าอีซาเหนอขอช่วยอั๊วเปนเดกเสิร์ฟที่นี่เองเลยค่า” หนีตั่วแจ้พูดอย่างร่าเริง “แกเป็นเด็กที่เข้มแข็งนะคะขนาดเจออะไรมาหนักขนาดนั้นยังมีกำลังใจและทำตัวให้เป็นประโยชน์ ดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะจบโดยเร็วแกจะได้กลับไปเรียนต่อและกลับไปหาพ่อแม่เสียที” มิซาเอะพูดระหว่างที่กำลังปรุงน้ำจิ้มรสเลิศที่ขนาดพ่อครัวเองยังต้องขอสูตร เช่นเดียวกับจันทราที่มีความชำนาญในการหั่นเนื้อสัตว์ได้รวดเร็วและสวยงาม “ยังไงหนูก็ต้องขอขอบคุณนะคะที่เจ้ให้ความช่วยเหลือ” เธอบอกกับหนีตั่วแจ้ ด้านนอกเคียวโกะกับอีโตจันกำลังสาละวนช่วยพนักงานจัดโต๊ะโดยพวกเธอได้ “หลี่ชิง” เด็กสาวพนักงานเสิร์ฟคนจีนแท้ๆมาเป็นเพื่อนใหม่ “ดีใจจังที่ข้าได้รู้จักพวกเจ้าต่อไปนี้ก็มีเพื่อนไปเดินเที่ยวโตเกียวพาราไดซ์แล้ว” หลี่ชิงพูดอย่างร่าเริง หลี่ชิงเป็นเด็กสาวที่ดูซื่อๆแต่แข็งแกร่งด้วยชีวิตที่กำพร้าพ่อแม่มาแต่เด็กและก็ได้หนีตั่วแจ้รับมาอุปการะเธอเป็นเด็กสาวที่จริงใจออกแนวรั่วด้วยซ้ำคือมีอะไรในใจเล่าหมดทำให้อีโตจันกับเคียวโกะรู้สึกสนิทใจกับเธอได้อย่างรวดเร็ว

ณ คฤหาสน์โทโมเอะ เจ้าของร้านเครื่องประดับและเป็นผู้ค้าเพชรรายใหญ่ในญี่ปุ่น – – ร่างไร้วิญญาณของยาม8นายที่ถูกจ้างมาเฝ้ารอบคฤหาสน์ได้นอนจมกองเลือดจากการโจมตีของฝนที่ลักลอบเข้าไปทางอากาศก่อนจะเปิดประตูให้ราชินีพัดเหล็กและสมุนทั้งสองได้เดินเข้ามาอย่างสง่างาม บอดี้การ์ดทั้ง5นายที่อยู่ในอารักขาได้วิ่งตรงมาที่ท้ง4พร้อมลั่นไกปืนกระหน่ำยิงไม่ยั้งแต่นางมารเพียงแค่โบกพัดในมือกระสุนของพวกมันก็ระเบิดขึ้นบนท้องฟ้ากลายเป็นประทัดสวยงามที่ส่งเสียงดังสนั่นทำเอานายโทโมเอะ ภรรยา ลูกชายและลูกสาวที่กำลังนั่งรับประทานอาหารอย่างมีความสุขถึงกับตกใจ “นี่มันเสียงเอะอะอะไรกัน” นายโทโมเอะลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปที่ประตูแต่คนรับใช้และบอดี้การ์ดที่เหลืออีกสองนายมาห้ามไว้ “ฮวายองกับหลงแสดงฝีมือหน่อยสิ” สิ้นเสียงของนางมารหลงกับฮวายองก็เดินออกมาข้างหน้าพลางพุ่งใส่ร่างไร้อาวุธของบอดี้การ์ดทั้ง5 หลงใช้วิชาหมัดมวยจีนที่รวดเร็วประดุจสายฟ้าแล่บต่อยเข้าที่จุดสำคัญของบอดี้การ์ดคนแรกจนล้มลงอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งเตะเข้าที่ปลายคางของอีกคนจนกรามแตกละเอียด ในขณะที่ฮวายองได้คว้ามีดสั้นออกมาสองเล่มแล้วพุ่งผ่านบอดี้การ์ดสองนายที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะล้มลงเลือดกระฉูดเมื่อรู้ตัวว่าถูกปาดคอ ฝนได้เขวี้ยงเข็มพิษใส่บอดี้การ์ดคนที่วิ่งหนีกำลังจะเข้าไปในตัวคฤหาสน์ถึง10เล่มจนล้มลงขาดใจตายทันที ทั้ง4ได้เดินเข้าไปด้านในคฤหาสน์ก่อนที่บอดี้การ์ดสองคนจะพุ่งตัวออกมาแล้วยิงใส่นางมารแต่เธอเพียงแค่สะบัดพัดเบาๆกระสุนทั้งหมดก็กระเด็นไปคนละทิศทางโดยที่แม่ครั้วเคราะห์ร้ายนางหนึ่งถูกกระสุนย้อนศรกลับเจาะเข้าที่กะโหลกพอดี คาโอริเขวี้ยงพัดตัดคอสังหารชายหนุ่มทั้งสองก่อนจะเดินย่างสามขุมตรงไปทางนายโทโมเอะ ร่างของแม่บ้านคนแล้วคนเล่าล้มลงจากการที่ถูกเธอฟาดฟันหลังจากที่พยายามจะเข้าไปปกป้องครอบครัวโทโมเอะ คาโอริเปิดภาพในGalaxy Note2ให้โทโมเอะดูเป็นภาพของชุดเครื่องเพชรที่สุกสกาวโดดเด่นด้วยโคตรเพชรตีมูลค่าไม่ได้ด้านบนพร้อมกับแหวนเพชรที่องค์ซูสีไทเฮาเคยประดับ สร้อยเพชรงามระย้าและมงกุฏฝังเพชรขนาดพอดีมือ “มันอยู่กับแกใช่มั้ย?” เธอถามห้วนๆ “นั่นคือชุดเพชรประจำตระกูลโทโมเอะเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราถึงตายก็ไม่ให้แกหรอก!!!” นางมารเอาใบมีดบนพัดฟาดใส่หน้านายโทโมเอะจนเลือดสาด “แกเรียกสมบัติที่ต้นตระกูลทหารโสโครกของแกไปย่ำยีแผ่นดินจีนแล้วขโมยมาว่าความภูมิใจอย่างนั้นหรือ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยพลางเตะเข้าไปที่กลางลำตัวของนายโทโมเอะจนกระเด็น “แกทำพ่อฉัน!!! ย่าห์” เด็กชายหนุ่มวัยรุ่นวิ่งเข้าใส่นางมารด้วยอารมณ์เดือดดาลแต่เธอสามารถหยุดเข้าได้ด้วยเท้าเพียงข้างเดียว เด็กหนุ่มลอยกระเด็นลงไปกองกับพื้นและร้องโอดครวญด้วยความจุกจนลุกไม่ขึ้น “เป็นผู้ชายวิ่งเข้าใส่ผู้หญิงแล้วลงไปนอนซะเองมันน่าอายนะ” นางมารหัวเราะเบาๆ “หยุดนะนี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!!!” นายตำรวจสามนายกับคนขับรถบุกเข้ามา “ฝน!!!” นางมารพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ฝนชักกระบี่ออกมาแล้ววิ่งเข้าปลิดชีวิตผู้แทรกแซงทั้งหมด “หมดเวลาเล่นแล้ว!!! เพชรอยู่ไหน?!!!” ฮวายองอาศัยจังหวะนี้แย่งเด็กสาววัย5ขวบมาจากอ้อมกอดแม่ก่อนจะเอามีดสั้นจ่อเข้าที่คอเช่นเดียวกับที่หลงเล็งปืนจ่อไปทางเด็กชายที่นอนจุกอยู่ที่พื้น “ได้ๆชั้นจะพาเธอไปเอา”

นายโทโมเอะที่ยอมจำนนเดินพานางมารพร้อมกับฮวายองเดินขึ้นไปที่ห้องเซฟพร้อมกับหยิบเอาเครื่องเพชรประจำตระกูลให้ นางมารตรวจตรอย่างถี่ถ้วนโดยแน่ใจว่าเป็นของจริงจึงสั่งให้ฮวายองคืนลูกสาวให้โทโมเอะซึ่งโทโมเอะช่วยโอกาสนี้วิ่งออกมานอกห้องเซฟแล้วล็อคประตูเซฟขังหญิงสาวทั้งสองไว้ก่อนจะโทรศัพท์ขอกำลังเสริมจากตำรวจ โทโมเอะอุ้มลูกสาววิ่งลงมาข้างล่างก่อนจะตกใจกับภาพตรงหน้าเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของลูกชายนอนจมกองเลือดใต้เท้าของราชินีพัดเหล็กคาโอริโดยมีนางโทโมเอะนอนร้องไห้คร่ำครวญกอดศพของลูกชาย “คิดว่าประตูสเตนเลสแค่นั้นจะขังพวกฉันได้เหรอ?”เธอพูดเสียงเหี้ยมในขณะที่ฮวายองเล็งปืนไปที่นางโทโมเอะแล้วยิงทิ้งต่อหน้าต่อตา นายโทโมเอะถึงกับเข่าทรุดเมื่อเห็นภาพตรงหน้าในขณะที่ลูกสาววิ่งไปกอดศพแม่แล้วร้องไห้คร่ำครวญ “คุณแม่ขา คุณแม่!!!” นางมารดูเหมือนจะสะใจกับภาพตรงหน้า “ภาพนี้มันก็เหมือนภาพที่ไอ้โทโมเอะเคยทำกับครอบครัวคนจีนนั่นแหละ ฉันว่าจะไว้ชีวิตพวกแกแต่คิดอีกทีไม่ฆ่าก็คงจะมาไม่ถึงญี่ปุ่น” เธอมองไปที่นายโทโมเอะที่จู่ลุกขึ้นมาเหมือนกับร่างกายถูกบังคับฉับพลัน เขาคว้ามีดมาจากมือของฮวายองแล้วแทงเข้าไปที่ตัวลูกสาววัย3ขวบก่อนที่จะกระหน่ำแล้วจ้วงแทงร่างของเด็กน้อยไม่ยั้งพร้อมกับน้ำตาของผู้เป็นพ่อที่หลั่งรินและเสียงกรีดร้องที่โหยหวน นางมารและสมุนทั้งสามเดินออกมาปะทะกับรถตำรวจ5คันที่จอดดักอยู่ตรงประตูบ้าน ตำรวจเกือบยีสิบห้านายเล็งปืนมาที่ทั้ง4แต่ราชินีพัดเหล็กคาโอริเพียงแค่สะบัดพัดนายตำรวจทั้งหมดก็กระโดดขึ้นรถและขับพุ่งเข้าชนตัวคฤหาสน์่ก่อให้เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ลุกโชนชวนสยอง

ที่หอนางโลมจีน – – จียอน,อีโตจัน,เคียวโกะ,จันทราและมิซาเอะนั่งอยู่ที่โต๊ะเกือบแถวหน้าสุดพลางรอชมการแสดงสุดตระการตาและอาหารเลิศรส “กิงกางห้ายเตมที่เลยน้าวันนี้ฟรีอ่าสำหรับโต๊ะนี้ หนีตั่วแจ้โฉบมาทักทายที่โต๊ะก่อนจะเลยไปต้อนรับลูกค้าและแจกผ้าเย็น “เย้ๆๆหิวจะแย่แล้วค่า!!!!” เคียวโกะตาลุกวาวด้วยความดีใจ “สาวๆสั่งอะไรกันดีค้า?” ฮารุกะเดินมารับออเดอร์ที่โต๊ะ ในขณะที่แขกเหรื่อแห่เข้ามาเต็มร้านได้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นเมื่อมาดามDitaและแคทลายีพร้อมด้วยคณะได้เดินทางมาถึงด้วยความที่เธอทั้งสองคนเป็นคนมีชื่อเสียงจึงเป็นที่ได้รับความสนใจจากคนในร้านมากๆ “ฉันต้องไปเตือนฮารุกะก่อนว่าอย่าออกมา” จียอนรีบลุกแล้ววิ่งตรงไปที่ประตูครัวทันที หนีตั่วแจ้ที่เดินมาต้อนรับแขกคนสำคัญถึงกับผงะทื่อเห็น”โอซาว่า แคทลายี”แต่ก็ต้องรีบทำเป็นตีหน้าเฉยแล้วเข้ามาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “นี่ๆฉันเอาน้ำชามาเสิร์ฟ” ฮารุกะที่ไม่ได้กลับไปที่ห้องครัวเดินเอาน้ำมาเสิร์ฟด้วยสีหน้าแช่มชื่น โชคร้ายที่แคทลายีมองตรงมาที่โต๊ะพอดี “เจ๊เด็กคนนั้นมาทำงานที่นี่ได้ยังไง?” แคทลายีถามเสียงเข้มในขณะที่มาดามDitaหันกลับไปมองแล้วดูจะเข้าใจสถานการณ์ทันที “เอ่อ มีคนเอาอีมาฝากอ่ะค่า เด่วแจ้ขอตัวก่อนนะ” หนีตั่วแจ้รีบเดินมาที่โต๊ะของพวกจันทรา มิซาเอะและเคียวโกะแลดูใบหน้าซีดเผือดพอๆกับจียอนที่เดินหอบกลับมาที่โต๊ะถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นแคทลายีจ้องมาที่ฮารุกะและพวกเธอตาเขม็ง ฮารุกะที่หันไปสบตากับแคทลายีถึงกับตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก “งานเข้าแล้วสิ!!!” เคียวโกะกระซิบ “เข้าๆก็เข้าสิลองมันเห็นแล้วก็ต้องชนกันแล้วล่ะ” จันทราหันกลับไปมองแคทลายีอย่างท้าทายเช่นเดียวกับอีโตจัน “อาฮารุกะอ่า อั๊วว่าลื้อหลบไปข้างบนเลยน้าไปหาเอียนจือแล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้อีฟังเร็ว!” หนีตั่วแจ้กระซิบฮารุกะที่รีบเดินกลับห้องครัวไปทันที จันทราหันมามองแคทลายีที่กำลังคุยโทรศัพท์อย่างออกรสขณะเดียวกันมาดามDitaได้หันมาสบตาเข้ากับเธอ จันทราถึงกับตะลึงที่ในที่สุดวันนี้เธอก็เจอใบหน้าที่เธอไม่ลืมแม้ว่าร่างกายจะอ้วนฉุต่างจากสมัยสาวๆแต่เค้าโครงความงามของใบหน้าของDitaและเรือนผมสีทองของเธอยังเหมือนคนเดิมกับเมื่อ28ปีที่แล้ว – – คนที่ออกปากจะรับจันทราจากสลัมในกรุงเทพมหานครมาอุปการะแต่แล้วก็กลายเป็นว่าหลอกเธอไปขายที่ซ่องในเซี่ยงไฮ้ – – Ditaที่ดูเหมือนจะจำจันทราไม่ได้ส่งยิ้มหวานชวนขนลุกมาให้เธอ รอยยิ้มอบอุ่นโอบอ้อมอารีแบบแม่พระที่แท้มันก็ยาพิษดีๆนี่เอง

ช่วงเวลาของการแสดงมาถึง “เอียนจือ ดอกทอง” โผล่มาในชุดกี่เพ้าสีดำและหมวกตำรวจโชว์การร้องเพลง “Alone” เพลงเกาหลีของวงSistarได้จับใจเสียจนจียอนกับเคียวโกะได้ลืมสถานการณ์ตึงเครียดไปชั่วขณะพลางลุกขึ้นตบมือให้เอียนจือเกรียวกราว “ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่เอียนจือจะร้องเพลงเกาหลีได้ด้วย!!!” เคียวโกะหันมากรี๊ดกร๊าดกับอีโตจันและจียอนที่หันมาชมให้มิซาเอะฟังไม่ขาดปากว่าสำเนียงดีจนนึกว่าศิลปินเกาหลีมาเอง ดูเหมือนทางฟากของแคทลายีกับมาดามDitaก็จะเอ็นจอยกับโชว์นี้ไม่แพ้กันเอียนจือรับทิปหลายหมื่นเยนจากแขกกระเป๋าหนักและก็กำลังรับดอกไม้จากเด็กสาวร่างอ้วนท้วนผมสีทองคนหนึ่งที่พอเอียนจือเห็นใบหน้าของเธอแล้วถึงกับตกใจเช่นเดียวกับจียอนและเคียวโกะที่อ้าปากค้าง “ร้องเก่งจริงๆ อีช้างเย็ด!!!!!” ฝนที่เดินไปอวยพรเอียนจือถึงหน้าเวทียืนปรบมือให้อยู่นานสองนานก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะVIPด้านหลังโดยที่อีโตจันมองตามเธอไปไม่วางตา “คนนี้นะเหรอที่สู้กับคุณจียอน?” มิซาเอะถามในขณะที่จันทราหันไปมองแล้วถึงกับทำแก้วตกพื้นแตกกระจาย ราชินีพัดเหล็กคาโอริกำลังนั่งไขว่ห้างปรบมือให้เอียนจือก่อนจะยกแก้วCheers!!!หันมาขยิบตาทางจันทรา “แม่!!!” อีโตจันสังเกตได้ถึงความผิดปกติของจันทรา

จันทราลุกขึ้นมาพร้อมกับกำดาบคู่ใจในมือแน่นเช่นเดียวกันกับที่นางมารได้ลุกขึ้นอย่างสง่างามพร้อมกับเดินย่างสามขุมไปทางจันทราใบหน้าสวยงามเรียบเนียนเย่อหยิ่งของเธอตอนนี้ฉาบด้วยพิษร้ายและความอาฆาตพยาบาทที่อัดแน่นเปี่ยมล้น “16ปีที่ไม่ได้เจอกันดูเจ้าเปลี่ยนไปเยอะเลยนะสมุนที่รักของข้า” นางมารยิ้มแย้มทักทายประหนึ่งพบเจอเพื่อนสมัยเรียนอีกครั้งตอนเปิดเทอม “นางมาร ท่าน!!! ท่านมาที่นี่” เป็นครั้งแรกที่อีโตจันรู้สึกถึงความหวาดกลัวในน้ำเสียงของผู้เป็นแม่ สำหรับเธอไม่มีผู้หญิงคนไหนจะแกร่งไปกว่าจันทราแต่วันนี้แม่ของเธอที่รู้จักมาตลอด16ปีดูเหมือนเด็กทารกไร้พิษสงกำลังเผชิญหน้ากับพญาหงส์ “เหตุผลสมุนข้า เหตุผลที่เจ้าหันหลังให้ข้าและทอดทิ้งข้าผู้ที่ช่วยเหลือและมอบชีวิตใหม่ให้เจ้า” นางมารกางพัดเหล็กของเธอออกมันดูแวววาวน่ากลัวเมื่อยามที่นางมารพิโรธ “อีโตจัน เอียนจือหนีไป!!!” จันทราพุ่งมาด้านหน้าพร้อมสาดดาวกระจายใส่นางมารอย่างรวดเร็วประดุจฟ้าแล่บ คาโอริใช้พัดเหล็กของเธอปัดดาวกระจายทั้งหมดจนแหลกเป็นผุยผงก่อนจะโถมตัวเข้าใส่จันทราด้วยความรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งรับแทบไม่ติด นางมารรัวระบำพัดที่คมกริบประดุจดาบในสมรภูมิรบใส่จันทราที่สามารถตั้งรับได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะถูกนางมารหมุนเตะเข้าที่ใบหน้าอย่างจังจนล้มคว่ำ การปะทะกันของทั้งสองสร้างความตกใจให้แขกในร้านอย่างมากจนทุกคนต่างวิ่งออกไปเกรงจะโดนลูกหลง จันทราใช้พลังจิตเสกส้อมและมีดทั้งหมดในร้านลอยพุ่งใส่นางมารในขณะที่จียอนพุ่งตัวเข้าไปกันเคียวโกะ มิซาเอะและหนีตั่วแจ้ให้ก้มหลบใต้โต๊ะ เช่นเดียวกับแคทลายีที่กรีดร้องแล้วนาบตัวลงกับพื้นแต่มาดามDitaกับนั่งนิ่งและดูการปะทะของทั้งสอโดยปราศจากความหวาดกลัวต่อการโดนลูกหลงใดๆ คาโอริหุบพัดแล้วยืนประนมมือก่อให้เกิดเสาพลังที่เสมือนเกราะคุ้มกันเธอจากสิ่งมีคมก่อนจะกางพัดแล้วสะบัดใส่จันทราจนเกิดลมกรรโชกพัดร่างของเธอกระเด็น นางมารสะบัดสันพัดใส่จันทราไม่ยั้งก่อให้เกิดคลื่นพลังที่คมกริบดุจมีดพุ่งเข้าโจมตีจันทราที่กระโดดเหินหาวหลบได้อย่างสง่างาม นางมารกระโดดตามขึ้นไปปะทะกับจันทราก่อนจะใช้พัดตบจันทรากระเด็นมากระแทกกับบ่อน้ำพุ คาโอริโฉบลงมาประดุจนกเหยี่ยวแล้วฟันจันทราที่สามารถกระโดดหลบได้แต่พลาดถูกบาดเข้าที่หัวไหล่ นางมารสะบัดตัวเองออกจากชุดราตรียาวจนเหลือเป็นคอร์เซ็ตรัดรูปสีดำก่อนจะกางพัดของเธอแล้วกระหน่ำยิงปืนกลตรงใบพัดใส่จันทราที่ตีลังกาหลบแล้วกระโจนขึ้นไปหมุนประดุจพญามังกรแล้วฟันดาบเป็นรูปจันทร์ทรงกลดก่อให้เกิดระเบิดสุญญากาศที่รุนแรง จันทรากระโดดมายืนที่พื้นที่ตลบอบอวนไปด้วยควันพยายามจะหานางมารแต่ก็ไม่พบก่อนจะถูกนางมารใช้ผมที่ตอนนี้สยายเป็นสีเขียวรัดพร้อมใบหน้าอาบโลหิตแล้วกรีดร้องด้วยเสียงโหยหวน จันทรากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดพลางดิ้นทุรนทุรายแต่แล้วผมของนางมารก็ขาดจากตัวเธอ

อีโตจันและเอียนจือที่ใช้ดาบเข้ามาฟันเส้นผมของนางมารมายืนกันจันทราไว้ ในขณะที่หนีตั่วแจ้นำทัพหญิงสาวของหอนางโลมนับสามสิบนางที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีถือทวนชี้มาทางนางมารในท่าที่พร้อมรบทำให้ฝน หลงและฮวายองก้าวออกมาเพื่อสมทบกับนางมารในศึกนี้ เอียนจือได้นำกระบี่พุ่งเข้าโจมตีนางมารเช่นเดียวกับอีโตจันที่สู้ด้วยดาบนินจาแต่ชั้นเชิงในการใช้อาวุธของทั้งสองยังห่างไกลต่อจอมยุทธ์หญิงที่ฝึกมาร่วมพันปีนักพวกเธอจึงต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับกันในไม่กี่กระบวนท่า อีโตจันเขวี้ยงดาวกระจายใส่นางมารนับสิบแต่นางมารเพียงใช้พัดปัดมันก็โคจรย้อนศรกลับเข้ามาโจมตีอีโตจัน เอียนจือพุ่งปิ่นปักผมเฉียดใบหน้านางมารเพียงไม่กี่อึดใจก่อนจะระเบิดพลังฝ่ามือโลหิตพุ่งใส่นางมาร คาโอริเพียงแสยะยิ้มแล้วใช้พัดผ่าพลังฝ่ามือโลหิตของเธอแยกเป็นเสี่ยงๆก่อนที่เอียนจือจะต้องกระโดดหลบพลังฝ่ามือโลหิตที่รุนแรงกว่าเป็นสามเท่าของนางมาร หลงกับฝนกำลังต่อสู้กับบรรดาหญิงสาวจากหอนางโลมโดยหลงสามารถสังหารและแย่งทวนมาใช้ในการต่อสู้ได้ ในขณะที่ฮวายองกับจียอนก็ชำระบัญชีแค้นเดิมกันอย่างดุเดือดเป็นฝ่ายจียอนที่พลาดถูกฮวายองที่ชำนาญเรื่องการใช้ทวนมากกว่าแทงเข้าที่บริวเวณหัวเข่าจนต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ

จันทราเข้าไปปะทะกับฝนที่เกือบจะปลิดชีพหลี่ชิงเด็กสาวที่ทะนงตัวว่าตนเองเหนือกว่าใครทุกคนถึงกับต้องล่าถอยเมื่อเจอวิทยายุทธ์ที่กล้าแข็งกว่าของจันทรา จันทราสามารถปัดเข็มพิษของฝนได้ก่อนจะใช้พลังจิตดึงน้ำขึ้นมาจากบ่อน้ำพุแล้วแตกเป็นสายเข้ารัดตัวฝนประดุจใยแมงมุม หลงเข้ามาสู้กับจียอนที่ตีแต้มคืนเอาทวนปาดกลางหลังของฮวายองจนเป็นแผลเหวอะจียอนพลาดที่ต้องตั้งรับทวนทั้งสองด้ามจึงถูกหลงปัดทวนกระเด็นก่อนจะเตะลงไปนอนกับพื้นฮวายองที่ได้โอกาสก็ถือทวนวิ่งเข้าใส่จียอนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อถูกเคียวโกะเอากาน้ำชาเขวี้ยงใส่ถูกหัวอย่างจัง หลงเปลี่ยนเป้าหมายจากจียอนพุ่งเข้าใส่เคียวโกะแต่เป็นมิซาเอะที่หยิบทวนจากหลี่ชิงพุ่งเข้าสู้กับหลงได้สูสีชนิดไม่น่าเชื่อ อีโตจันแยกร่างออกเป็นร้อยร่างเข้าล้อมราชินีพัดเหล็กคาโอริแต่คาโอริหมุนตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดเกลียวคลื่นลมประหนึ่งพายุหมุนพัดร่างจำแลงของอีโตจันสลายไปตามลมหมดก่อนที่อีโตจันจะถูกเธอเขวี้ยงพัดเฉี่ยวเข้าที่บริเวณอกล้มฟุบไป เอียนจือใช้วิชาผ้าเข้ามากันอีโตจันจากเงื้อมมือของนางมารในขณะที่หนีตั่วแจ้ถือทวนวิ่งเข้ามาหมายจะแทงนางมารด้านหลังแต่คาโอริหันมาปัดจนเธอล้มลง หนีตั่วแจ้เงยหน้ามองราชินีพัดเหล็กคาโอริแล้วต้อวอ้าปากค้างด้วยความตกใจ – – ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอให้พ้นจากการจู่โจมของทหารญี่ปุ่นเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนี่หน่า แต่ทำไมเธอถึงไม่แก่เลยล่ะ?!!! – – จันทราและเอียนจือวิ่งเข้ามากันหนีตั่วแจ้ทั้งคู่บุกเข้าใส่นางมารพร้อมๆกันแต่คาโอริก็ยังตั้งรับพวกเธอสบายๆได้ในเพียงไม่กี่เพลง “เอาจริงล่ะนะ” คาโอริพูด ผมสีเขียวสดเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงพร้อมกับดวงตาที่กลายเป็นตางูจงอางแดงฉานเธอเงื้อพัดขึ้นและฟาดไปทางสองสาวอย่างเต็มแรงจนบังเกิดงูจงอางไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้ากระแทกทั้งจันทราและเอียนจือกระเด็นติดกำแพงไปพร้อมๆกัน ฮวายองได้ชักปืนยิงไปทางมิซาเอะที่คว่ำหลงได้แล้วหากแต่อีโตจันกระโดดเข้าไปผลักมิซาเอะจนกระสุนเจาะทะลุเข้าท้องของเธอ “อีโตจัน!!!” มิซาเอะปล่อยทวนแล้ววิ่งมากอดลูกศิษย์เช่นเดียวกับเคียวโกะที่รีบวิ่งมาดูอาการเพื่อนรักแล้วร้องไห้ จียอนอาศัยจังหวะนี่พุ่งเข้าเตะปืนออกจากมือฮวายองแล้วชักปืนของตัวเองเล็งขู่เธอ แต่แล้วประตูก็เปิดขึ้นปรากฏร่างของชายสวมหน้ากากผู้หนึ่งพร้อมสมุนกราดยิงปืนกลสงครามใส่ทุกคน ณ ที่นั้น เช่นเดียวกับฮโยรินที่ยิงระเบิด M79 ใส่นางมาร จันทราและเอียนจือ

นางมารเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะมีการแทรกแซงจึงกางพัดแล้วพัดใส่พวกชายเหล่านั้นจนเกิดลมพายุทำเอาพวกมันแตกฮือ “ถอย!!!” เธอสั่งในขณะที่ฝนและฮวายองได้พยุงปีกหลงที่ถูกมิซาเอะแทงแล้วรีบตามราชินีพัดเหล็กคาโอริไป จันทราได้พุ่งเข้าสังหารชายเกือบสิบคนที่พยายามจะคว้าตัวอีโตจัน มิซาเอะแล้วเคียวโกะ ในขณะที่จียอนที่หันไปปะทะกับฮโยรินได้ถูกเธอเตะเข้าที่ก้านคอแบบเทควันโด้จนสลบเช่นเดียวกับหลี่ชิงที่เข้ามาสมทบก็ถูกฮโยรินใช้มือสับแบบคาราเต้เข้าที่กลางท้ายทอยจนนอนพังพาบไปอีกคน เอียนจือสังเกตุเห็นว่าแคทลายีได้คลานหนีไปกับกลุ่มคนพวกนั้นก่อนที่จะวิ่งเข้าไปกอดหนีตั่วแจ้ผู้เป็นแม่ที่กลัวจนตัวสั่น มิซาเอะและเคียวโกะที่ปลอดภัยดีรีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลมาให้อีโตจันในขณะที่จันทราที่ได้ฟันคอมือปืนผู้โชคร้ายคนสุดท้ายจนขาดกระเด็นได้รีบวิ่งไปจับชีพจรของลูกสาว “อีโตจัน อย่าเป็นอะไรไปนะลูก!!!” จันทราน้ำตาไหลอาบแก้มเช่นเดียวกับมิซาเอะและเคียวโกะ นักรบหญิงขอหอนางโลมเสียชีวิตในการต่อสู้ไป8คนที่เหลือบาดเจ็บบ้างประปราย – – ในรถลีมูซีนชายปริศนาได้ถอดหน้ากากออกปรากฏเป็น ‘โดมินิค’ โดยด้านข้างมีฮโยรินที่กำลังเบิกบานกับชัยชนะได้ปลอบขวัญแคทลายีที่ดูเหมือนจะอกสั่นขวัญกระเจิงไปหมด “เจ้านายอยู่ไหนครับ ครับๆผมจะรีบไปรับ” สิ้นเสียงโดมินิคได้สั่งให้คนขับรถเลี้ยวที่ท่าเรือแถบโตเกียวพาราไดซ์ มาดามDitaในชุดราตรีสีขาวได้ขึ้นมาบนพร้อมใบหน้าเปี่ยมสุข “เป็นการต่อสู้ที่ฉันประทับใจจริงๆ เก่เว่อร์!!!” เธอดูเหมือนจะยังตกอยู่ในห้วงแห่งความตื่นเต้น “มาดามหายไปไหนมาคะแล้วหลบออกมาตอนไหน?” ฮโยรินถามDitaด้วยความสงสัย “ก็มีหลักฐานที่ต้อง’เก็บ’นี่จ๊ะสาวน้อย” มาดามDitaพูดเสียงหวานเยิ้มพลางหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากถุงอาหารของหอนางโลม….ปรากฏเป็นศรีษะของ’ฮารุกะ’นั่นเอง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com