
http://www.facebook.com/hysteriaculture
http://hysteriaculture.wordpress.com/2013/12/26/back-in-the-day-hird-moving-on-electronicjazz-98/
Hird : Moving On : Electronic/Jazz (98% = 5/5)
(เคยเขียนไว้ในคอลัมน์Myspace#47ตอนก่อนเปิดบล็อคนะคะ หนาวๆแบบนี้ทำให้อดคิดถึงอัลบั้มนี้ไม่ได้ เคยลงบอร์ดไปสองรอบละมั้ง รอบนี้รอบสุดท้ายแล้ว)
สแกนดิเนเวียแจ๊ซซ์ ดนตรีฟิวชั่นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก - จำไม่ผิดน่าจะช่วงก่อนปี2004 -ในหมู่คอเพลงอิเล็คโทรนิคยันคนที่ติดตามผลงานดนตรีดีๆจากศิลปินอินดี้ทั่วทุกมุมโลก จากการจับเอาความหรูหราเยือกเย็นไร้ชีวิตชีวาของดนตรีอิเล็คโทรนิคผนวกเข้ากับมนตร์เสน่ห์ของดนตรีในตำนานอย่างแจ๊ซซ์ได้อย่างกลมกล่อมลงตัวสุดๆให้ผลลัพธ์เป็นงานครอสโอเวอร์แจ๊ซซ์ยุคอนาคต - หรือที่หลายศิลปินที่รักจะทำดนตรีแนวๆนี้เรียกว่า ฟิวเจอร์แจ๊ซซ์ - ที่เปี่ยมไปด้วยความเข้มข้นทางความรู้สึก ตระการตาและงามระยับจับจิต มายสเปซครั้งที่47นี้ขอแนะนำสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของ Hird วงดนตรีอิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์จากสวีเดนหนึ่งในผู้ที่บุกเบิกภาคดนตรีแนวสแกนดิเนเวียแจ๊ซซ์ที่แสนจะสง่างามนี้ให้โลกรู้จัก
จากการคาดเดาสำหรับดิฉันคิดว่า Hird นี่เป็นวงดนตรีประเภท ข้ามาคนเดียว เพราะเครดิตที่ระบุไว้เห็นมีแต่คุณ Christoffer Berg หัวหอกของโปรเจ็คท์นี้ที่ทำหน้าที่จัดแจงสารพันสิ่งในอัลบั้มนี้ชนิดเสร็จสรรพ ซึ่งก่อนหน้าที่เขาจะคลอดงานชุดนี้นี่ก็เคยเป็นที่รู้จักกันมาแล้วในซิงเกิ้ลและอีพีที่ดังในหมู่คนรักอิเล็คโทรนิคระดับหนึ่งอย่าง Keep You Hird และ I Love You My Friends - เพลงหลังนี่ บ.ก.ตี้เคยเขียนถึง - มาที่ Moving On สตูดิโออัลบั้มแรกภาคดนตรีร่ายมาซะขนาดนี้ก็คงไม่ต้องถามแล้วล่ะนะคะว่าจะเป็นแนวอะไรไปได้นอกจากที่กล่าวมา ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเรียกมันเป็นอะไร อิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์/ฟิวชั่นแจ๊ซซ์/ครอสโอเวอร์แจ๊ซซ์/โมเดิร์นแจ๊ซซ์/ฟิวเจอร์แจ๊ซซ์ หรือจะ สแกนดิเนเวียแจ๊ซซ์ ก็เอาสักอย่างเถิดเจ้าค่า
ในส่วนของการนำเสนออิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์ของ Hird นี่เป็นการฟิวชั่นเอาความต่างของทั้งสองภาคดนตรีมาปะทะกันได้อย่างพอดิบพอดีและลงตัวแบบสมค่าที่จะเรียกว่า งานฟิวชั่นจริงๆ คือให้น้ำหนักของทั้งสองภาคดนตรีอย่างมีเกียรติพอๆกันไม่มีการแก่งแย่งขโมยซีนแต่อย่างใดทั้งความเก๋ล้ำหรูหราเยือกเย็นแบบอิเล็คโทรนิคที่มีทั้งเสน่ห์และลูกล่อลูกชนระดับอิเล็คโทรนิคไฮเอ็นและอารมณ์ความสดทรงพลังของการเรียบเรียงดนตรีแบบแจ๊ซซ์ที่ใส่ทั้งความงามของเครื่องเป่า ความพลิ้วไสวของเครื่องสายยันน้ำเสียงและการอิมโพรไวซ์ที่ทรงพลังถ้าเทียบความสมบูรณ์แบบในสายเมนทสตรีมก็คงจะต้องยกให้ไปชนกับงานของฮ็อบบิทแจ๊ซซ์ตัวแสบอย่างคุณพี่เจมี่ คัลลั่ม สำหรับดิฉันตัวงานทรงพลังและฟังได้ไหลลื่นกว่างานของวงที่โปรดปรานมากๆอย่าง Dimitri From Paris และเข้าถึงง่ายกว่าวงอิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์ที่เป็นเอ็กซ์เพอริเมนทัลอวองการ์ตล้ำยุคจนคนฟังเอ๋ออย่าง Jaga Jazzist
ขอใช้มุขเดียวกับ Nirvana เนื่องจากเป็นงานที่ชอบมากๆเลยขออุทิศให้สัก4ย่อหน้า โดยย่อหน้าสุดท้ายขอพูดถึงแทร็คโปรดสักหน่อยเริ่มต้นกับ Fading Blues งานอิเล็คโทรนิคแจ๊ซซ์หม่นๆสุดอ้างว้างที่งดงามโดเด่นด้วยเครื่องเป่ากระชากวิญญาณพร้อมกับน้ำเสียงที่เป็นโซลสุดทรงพลังของ ยูกิมิ นากาโนะ ซึ่งดูเหมือนคุณเธอจะมีบทบาทในเรื่องของการร้องยกอัลบั้มเพราะทั้งไทเทิ่ลแทร็คอย่าง Moving On,I Love You My Hope ยัน Keep You Kimi นี่เจ๊วาดลวดลายบรรเลงซะเองหมดเลยซึ่งก็เพราะเดิร์นไปซะทุกแทร็คแถมภาคเนื้อหายังเชือดเฉือนฟังแล้วสะดุ้งเฮือกเป็นระยะๆไปอีก แต่ท้ายที่สุดเพลงโปรดปรานมากๆของดิฉันในอัลบั้มนี้ยกให้แก่ Getting Closer ที่คุณคริสโตเฟอร์มาร้องเองโดยมีทีเด็ดที่ท่อนคอรัสเพราะมากกกกกกกกกแม้จะย้ำคิดย้ำทำวนไปวนมาแค่นั้นแต่ก็เก๋ระเบิดเถิดเทิงรากเลือกเป็นงานดาวน์เทมโพที่สวยสุดๆชนิดที่จับไปชนกับพวกแน่ๆที่คร่ำหวอดมาก่อนอย่าง Zero 7 ได้สบายๆเผลอๆจะสะอาดสะอ้านงามงดหมดจดบริสุทธิ์ผุดผ่องกว่าหลายช่วงตัวด้วยซ้ำ แค่เพลงนี้เพลงเดียวทำให้ Moving On ของ Hird นี่กลายเป็นอัลบั้มที่ส่วนตัวโปรดปรานที่สุดตลอดกาลชุดหนึ่ง .ด้วยค่าของความเก๋ไก๋หรูหราแบบอ้างว้างเย็นยะเยือกหากแต่ยิ่งลงลึกไปกับมันทีไร สารพัดสิ่งที่อยู่รอบข้างรวมทั้งวิสัยทัศน์ในการมองโลกกลับสวยงามขึ้นทุกวันๆ