เกริ่นก่อนเลยว่าสำหรับรีวิวนี้เป็นอีกหนึ่งรีวิวที่ในตอนแรกไม่คิดว่าจะมีโอกาสเขียนถึง เรียนตามตรงว่าส่วนตัวแล้วก็แทบจะไม่ได้สนใจการคัมแบ็กในครั้งนี้ของอีห่านเลย อาจเป็นเพราะดิจิตัลซิงเกิ้ลที่นางปล่อยมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งลีดซิงเกิ้ลในอัลบั้มนี้เองอย่างWorkก็ค่อนข้างทำพิษดิฉันอยู่เหมือนกัน ก็ไม่ได้จะหมายความว่าซิงเกิ้ลที่ผ่านๆมาทำได้ไม่ดีหรอกนะ (จริงๆก็มีบางเพลงที่ดิฉันรู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่เหมือนกัน) แต่ส่วนตัวมองว่าเพลงเหล่านั้นนำเสนอออกมาได้ไม่น่าสนใจเท่าที่ควร ทั้งที่ควรจะพีคและกินใจของดิฉันได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะFourFiveSecondsที่ค่อนข้างอยู่ในระดับผิดหวังกันเลยทีเดียว เพราะเป็นเพลงที่สำหรับฉันแล้วค่อนข้างตั้งความหวังไว้สูงกับการดูเอ็ทในครั้งนี้ระหว่างอีห่าน เซอร์พอลและอีคานเยว่าต้องได้สดับรับฟังผลงานระดับอีพิคแน่ๆ แต่เปล่าเลย เพลงนี้กลับไม่ได้สร้างอิมแพ็คใดๆให้แก่ดิฉันทั้งสิ้น นอกเสียจากความรู้สึกเสียดายและเสียของกันไป ที่สำคัญพฤติกรรมของอีห่านในช่วงหลังๆเองก็ทำเอาดิฉันรู้สึกรำคาญกับคาแร็คเตอร์bad bitchของนางมิใช่น้อย จนพาลคิดว่าอัลบั้มใหม่ที่กำลังมาถึงนี้คงหนีไม่พ้นบรรดาแทร็คเอาใจไอ้มืดทั้งหลายแบบจัดเต็มจนอ้วกดิฉันกลายเป็นสีดำอย่างแน่นอน แต่กระนั้นเมื่อ2วันที่แล้วที่ฉันมีโอกาสได้สัมผัสกับผลงานล่าสุดชุดนี้ก็ทำให้ความคิดที่มีมาทั้งหมดในข้างต้นนั้นมลายหายไปจนเกือบหมด จนท้ายที่สุดก็ทานกระแสของงานชุดนี้ไม่ไหว จึงขอเกาะกระแสรีวิวอัลบั้มอีห่านอัลบั้มนี้กับเค้าด้วยละกัน
Anti: 82%
สำหรับจุดเด่นและจุดด้อยของอัลบั้มนี้ ดิฉันขอเริ่มจากจุดด้อยก่อนก็แล้วกัน ประเด็นแรกที่ดิฉันจะพูดถึง แม้จะไม่เชิงเกี่ยวกับข้อด้อยของอัลบั้มนี้นัก แต่ก็สร้างความน่ารำคาญใจให้ดิฉันอยู่ไม่ใช่น้อย นั้นก็คือคำวิจารณ์ของบรรดานักวิจารณ์ต่างประเทศทั้งหลาย ที่มักอวยอะไรเว่อร์ๆจนบางครั้งดิฉันก็รู้สึกสมเพชแทน จริงอยู่ที่ว่าอัลบั้มนี้ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งอัลบั้มของอีห่านที่ผลงานอยู่ในระดับที่ดี แต่อะไรที่มันไม่ใช่ก็คือมันไม่ใช่อะค่ะ ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรเว่อร์ๆให้คนอื่นเค้าเบ้ปากใส่ทำไม ต่อมาประเด็นที่สองก็คือการที่เรายังไม่สามารถหนีพ้นไปจากเนื้อหาที่อยู่ในระดับน่ารำคาญอีกเช่นกัน โดยเฉพาะประเด็นที่นางยังคงเพ้อเจ้อคร่ำครวญ(คราง)ถึงผัวเก่าคริส บราวน์ ที่ไม่รู้ว่าปาไปกี่ร้อยแทร็คกี่สิบอัลบั้มกันแล้ว ยิ่งในเนื้อหาหลายๆเพลงของอัลบั้มนี้ด้วยแล้วนั้นก็ทำเอาดิฉันอดไม่ได้จริงๆที่จะรู้สึกอัปยศอดสูกับผู้หญิงคนนี้ ความผิดซ้ำๆซากๆบางทีมันก็เลยจุดคำว่าเห็นใจกันแล้วอะเน้อะ?
ก็ไม่อยากจะด่าอะไรมาก เพราะหีก็ไม่ใช่หีฉัน หน้าก็ไม่ได้หน้าของฉัน แต่พอทีได้ไหม เวลาโดนทิ้งโดนซ้อมแล้วมาเล่าเป็นเพลงเนี่ย มันชวนน่าสมเพช ประเด็นที่สามก็คงหนีไม่พ้นกับความน่าเบื่อของซาวด์ฮิพฮอพ อาร์แอนด์บีในปัจจุบัน ที่นอกจากจะซ้ำซากจำเจแล้ว ยังอยู่ในโหมดสิ้นคิดมากพอหรือไม่ก็สิ้นคิดมากกว่าเพลงพ็อพด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมนสตรีมฮิพฮอพในยุคนี้(จริงๆก็เป็นมานานแล้วหล่ะ)เป็นอะไรที่ล้านเนื้อทำนองเดียวมากๆ มีกันอยู่ไม่กี่แพททเทิร์นแต่ลอกกันไปกันมาหนักกว่าเมนสตรีมพ็อพด้วยซ้ำอีกมั้ง? เพียงแต่ว่าจำนวนคนที่เสพแนวนี้อย่างจริงๆจังๆก็ไม่ใช่ว่าจะมีมากมายอะไร คอเพลงสากลในไทยส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ฟังแนวดนตรีประเภทนี้กันอยู่แล้ว พอนานๆผ่านหูมาซักทีก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ามันโหลเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าโชคดีมากทีเดียวที่อัลบั้มนี้มีเพลงประเภทที่พูดถึงอยู่ในระดับที่น้อยมากไม่กี่แทร็ค ก็ถือว่าเป็นบุญวาสนาของคนฟังกันไป ส่วนประเด็นสุดท้ายนั้นก็คือซาวด์ในอัลบั้มนี้อยู่ในระดับค่อนข้างน่าเบื่อพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครยังไม่ชินกับสไตล์เพลงเออเบินมิวสิคแล้วหล่ะก็ ยิ่งทำให้อัลบั้มนี้รู้สึกง่วงกว่าเดิมอีก เพราะจังหวะเพลงในอัลบั้มส่วนใหญ่หนีไม่พ้นดาวน์เทมโพบีทไม่ก็มิดเทมโพแค่นั้น
มาที่ข้อดีของอัลบั้มนี้กันบ้าง สิ่งที่ดิฉันรู้สึกเซอไพรซ์ในอัลบั้มนี้มากที่สุดคือการแทร็คส่วนใหญ่ในอัลบั้มนี้กลับยืนพื้นด้วยดนตรีแนวอาร์แอนด์บีและโซลมากกว่าเออเบินมิวสิคประเภทอื่นๆที่ฟังยากกว่า ก็ทำเอาดิฉันรู้สึกผิดคาดเหมือนกัน ไม่คิดว่าด้วยภาพลักษณ์ความเป็นgangsterและdirty bitchของนางในช่วงหลังๆ ที่ฉันทำนายล้วนหน้าว่าคงหนีไม่พ้นอีหรอบฮิพฮอพเสร่อๆหรอก กลับทำงานที่ละเมียดละไมได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะความเป็นโซลในอัลบั้มนี้ที่ดูลึกและมีมิติมากขึ้น แตกต่างจากโซลในRated RหรือUnapologetic ที่แม้ว่า2อัลบั้มนั้นอีห่านจะกรีดร้องปลดปล่อยความเป็นโซลออกมา แต่โซลที่ว่านั้นก็เป็นโซลในลักษณะที่ดุดันและเกรี้ยวกราด และที่สำคัญยังอยู่แค่ในระดับส่วนที่เป็นcomplementเท่านั้นอีกด้วย ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดื่มด่ำกับดนตรีโซลที่นุ่มลึกได้แบบอัลบั้มนี้ (แม้หลายๆแทร็คในUnapologeticจะก้าวข้ามมาเป็นงานระดับพ็อพโซลแล้วก็ตาม) นอกจากความเป็นโซลที่ทะยานพุ่งพรวดขึ้นมาแล้วนั้น ห่านยังเสริมเกราะให้อัลบั้มนี้แข็งแกร่งขึ้นด้วยทั้งจากดนตรีแจ๊สจากยุค30s-50s ดูวอป ร็อคแอนด์โรล ร็อคในยุค80s คันทรี แดนซ์ฮอล จนไปถึงงานจำพวกโอลด์สคูล คอนเทมโพรารีบัลลาด และบรรดาโมเดิร์นเออเบินมิวสิคอย่างพวกฟิวเจอริสติคโรโบอาร์แอนด์บี แต่กระนั้นอัลบั้มนี้เอง อีห่านก็สลัดเพลงแนวเต้นรำออกจากอัลบั้มจนเกลี้ยงไม่มีเหลือแม้แต่แทร็คเดียว ซึ่งแตกต่างจาก7อัลบั้มที่แล้วมา แม้นางจะเข้าโหมดดาร์คขนาดไหนก็ยังมีเพลงแดนซ์ให้ชื่นใจบรรดาลิงค่างบ่างชะนีและเก้งกวางอยู่บ้าง รวมทั้งตัวดิฉันเองก็รู้สึกเสียดายกับเซ้นส์การทำเพลงเต้นรำของนางพอสมควรเหมือนกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้ตลาดเพลงเต้นรำอยู่ในสภาวะน่าเบื่อขั้นรุนแรงและเต็มไปด้วยแต่บรรดาเพลงขยะ แม้แต่ความเป็นtrendsetterของอีห่านก็ไม่น่าจะเอาอยู่แล้ว สำหรับใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้ฟังอัลบั้มล่าสุดนี้ หลายคนคงจะถามดิฉันว่า อุ้ย งั้นอัลบั้มนี้จะฟังยากเหมือนRated RหรือUnapologeticไหม? อืมมม สำหรับตัวดิฉันแล้วนั้น ฉันเห็นว่าอัลบั้มนี้ฟังได้ค่อนข้างเรื่อยๆกว่าRated RและUnapologetic แต่ในขณะเดียวกันกลับไม่ค่อยมีแทร็คไหนในอัลบั้มนี้ที่โดนใจ แบบฟังครั้งเดียวแล้วคลิกติดหูไปเลยแบบนั้น
Single of Anti&Track by Track
ประเดิมด้วยไตเติ้ลแทร็ค Consideration (3/5) ที่เป็นงานเออบินสไตล์แทรพมิวสิคกับสำเนียงอินเดียนแคริบเบียนของอีห่าน ซึ่งเพลงนี้อีห่านได้จิกSZAนักร้องแนวนีโอโซลและPBR&Bมาร่วมด้วยช่วยกันร่ายคาถามนต์ดำหมอผีเขมรกับนางด้วย ส่วนในภาคเนื้อหานั้นตอนแรกดิฉันก็แอบเหวอนิดหน่อย ด้วยความที่งงว่าตกลงอีห่านมันพูดถึงใครอยู่ว่ะ? ซึ่งสุดท้ายก็ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งหลังจากการที่อีห่านนางย้ายกลับมาอยู่ใต้หลังคาของRoc Nationภายใต้การดูแลของอีเจย์ซีหน้าเหี้ยอีกรอบ หลังจากย้ายกลับไปกลับมาระหว่างRoc NationกับDef Jamตอนอัลบั้มUnapologetic (นี้ฉันก็งงเหมือนกัน นึกว่าอีเจย์ซีหน้าลิงกอลิล่าดูแลอีนี้มาตลอด หรือตอนอยู่Def Jamอีเจย์ซีก็ยังดูแลอีห่านอยู่ดี?) ส่วนตกลงแล้วอีห่านนางพูดถึงใครกันแน่นั้น ลองดูในท่อนที่ฉันยกมาYou should just let me. Why you will never let me grow? /I got to do things my own way darling. / Let me cover your shit in glitter. I can make it gold. แค่นี้ฉันคิดว่าคงไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มแล้วมั้งนะ? สุดท้ายสำหรับความเห็นของดิฉันสำหรับเพลงนี้แล้ว ฉันว่าภาคเนื้อหาทำได้ค่อนข้างดี คือดูเผินๆเหมือนแค่เป็นเพลงด่าค่ายธรรมดาๆ ว่าฉันโตแล้วนะ ควรจะดินด้วยขาตัวเองได้แล้ว อะไรแค่นั้น แต่ฉันกลับมองว่ามันแฝงไปด้วยนัยที่มากกว่านั้น คือมันไม่ใช่สื่อถึงแค่เรื่องงานเรื่องค่ายอย่างเดียว แต่ยังรวมสิ่งที่คนอื่นคาดหวังสิ่งที่อยากให้นางเป็น ดังนั้นสำหรับฉันคิดว่าเพลงนี้สามารถครอบคลุมและตอบโจทย์Antiได้สมบูรณ์แล้ว ติดตรงภาคดนตรีที่ส่วนตัวมองว่าจืดไปหน่อย ถัดมา James Joint (4/5) นีโอโซลที่เป็นInterludeก่อนเข้าสู่ Kiss It Better (5) เพาเวอร์บัลลาดที่เป็นเหมือนงานsignatureของอีห่านในยุคหลังๆ แม้จะรำคาญภาคเนื้อหาเดิมๆกับผัวเก่า รักเก่า อยากได้ผัวคืนอะไรแบบนั้น แต่ต้องยอมรับว่าภาคดนตรีทำได้เพราะพริ้งและฟังค่อนข้างง่าย เท่าที่ฉันสังเกตจากฟีดแบ็คจากรีวิวต่างประเทศ เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในอัลบั้มนี้แล้วหล่ะมั้ง? สโลว์แจมอาร์แอนด์บีและนีโอโซลผสานกับซาวด์ร็อคในยุค80sที่มากับท่อนริฟฟ์กีตาร์ไฟฟ้าอันโดดเด่น แค่นี้ก็ชนะเลิศแล้ว Work (2/5) อีเดรกมารอบไหนก็ต้องนำเรื่องจัญไรลามกจกเปรตมาได้ทุกครั้งไป แล้วมีหรือเพลงนี้จะพลาดให้อีห่านกับอีเดรกสมสู่กันกลางเพลง หาได้มียางอายแคร์หน้าอินทร์หน้าพรหมหรือก็ไม่ อีเนื้อหาก็ว่าต่ำสถุนแล้วนะ ยิ่งพอเจออีภาคดนตรีเข้าไปเนี่ยเรียกว่าไพร่ก็ยังดูให้คุณค่าแก่อีเพลงนี้เกินไปเลย แดนซ์ฮอลเสี่ยวๆกับฮิพฮอพโหลๆแซมรสทรอพิคัลเฮาส์เข้าไปอีก โอ้ยยย นี้แบบบบ มึงเอาเลยค่ะ เอาให้พอ พร้อมเมื่อไหร่ มึงรีบเรียกป่อเต็กตึ๊งมารับเพลงเหี้ยๆแบบนี้ไปมัดตราสังแล้วเผาทิ้งเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ก่อนกูจะสวดศพมึงแทน Desperado (3/5) ก็ห่านชอบโดนผัวต่อยผัวเตะอะค่ะ แต่รอบนี้ไม่ใช่แค่ผัวเตะผัวต่อยธรรมดาหรอกนะคะ แต่รอบนี้ผัวห่านเป็นโจรค่า ห่านก็คิดนะ..ว่าห่านจะหนีไปกับโจร ทำไมหรือคะ? ทำไม่ได้อย่างงั้นหรือคะ? แหมมม ได้สิ่จ้ะ ใครเค้าจะไปขัดศรัทธาอันแรงกล้าของขุ่นพี่ได้ รอบหน้าขอรอยปืนตบเย็บซัก365เข็มเอาให้โคจรครบรอบดวงอาทิตย์ก็ดีเน้อะ? ชิคๆ อีดอก แต่ละเพลงนี้เนื้อหาเอื้อแก่การถีบหน้าจริงๆ แบบบบ กลัวเหงาเลยหนีไปเป็นเมียโจรนี้เนื้อเพลงมึงสิ้นคิดไปป่ะ? ส่วนภาคดนตรีก็แนวถนัดอีห่านมาตั้งแต่สมัยRated Rอะค่ะ อาร์แอนด์บีและโซลติดสำเนียงบลูส์ดำๆมืดๆอารมณ์ประมาณกินอเมริกาโน่ขมปี๋เพียวๆ ที่มากับจังหวะมิดเทมโพและลูกเล่นดั๊บสเตป ฟาดแมชชีนดรัมรัวๆโป๊งโป๊งชึ่ง สำหรับฉันแล้วเพลงนี้ค่อนข้างอยู่ในระดับที่หน้าเบื่อ โอเค จริงอยู่ที่ว่าแก่นของดนตรีประเภทฮิพฮอพอาร์แอนด์บีเป็นอะไรที่minimal ไม่ได้ขายความหวือหวาแบบแนวดนตรีประเภทอื่นๆ แต่มันซ้ำซากไง คือเจอตั้งแต่Rated Rจนถึงอัลบั้มนี้ก็ยังเจออีก จนมันไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรกับดนตรีแบบนี้อีกแล้ว
_________________








