˹���á Forward Magazine

ตอบ

คุณเคยโกรธใครไหม!-(วิจารณ์หนังเก่าคุณภาพ เรื่อง Crash)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ คุณเคยโกรธใครไหม!-(วิจารณ์หนังเก่าคุณภาพ เรื่อง Crash) 


หนังเรื่องนี้ได้ บอกเล่าถึงวันหนึ่งวัน คือ 25 ธันวาคม เป็นวันหิมะตก เป็นวันที่คริสมาสที่เหมาะต่อการเลี้ยงฉลอง เป็นวันที่แสนวิเศษของใครหลายต่อหลายคน แต่กลับเป็นวันที่เปลี่ยนความรู้สึก ทัศนคติ รวมถึงชีวิตของตัวละครในหนังเรื่องนี้แต่ละคน และอาจรวมไปถึงคนดูด้วย

ตัวหนังเริ่มแรกดำเนินค่อนข้างสับสน สลับฉากไปมาอย่างรวดเร็ว แต่ลงตัว และตัวละครก็เยอะมากด้วย อาจทำให้คนดูในเริ่มแรกรู้สับสน และเบื่อหน่ายซะก่อน หนังจะค่อยๆให้ตัวละครแต่ละตัวดำเนินชีวิต และบอกเล่าทัศนคติของตัวเองโดยแสดงออกทางการกระทำ คำพูด สีหน้า และอารมณ์ หนังจะบอกให้เรารู้ถึงนิสัยพื้นฐานของตัวละครอย่างชัดเจน ถึงสิ่งที่เขาเป็น แรงกดดันที่เขาเหล่านั้นได้รับ และการระบายความกดดัน ความเครียด ความโกรธ ไปสู่ผู้อื่น
หนังทำการผูกความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างลงตัว และดำเนินเรื่องได้ดี มากในตอนกลางๆไปจนจบ หนังจะค่อยๆเชื่อมโยงตัวละครที่กระจัดกระจายด้วยอารมณ์ ทิฐิ และอคติต่างๆให้เกี่ยวข้องกัน และมีอิทธิพลต่อกันโดยที่เราไม่อาจรู้เลยว่า คนๆนึงที่เราไม่เคยใส่ใจนั้นอาจเป็นต้นตอที่ทำให้ทัศนคติ และของเราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

หนังทำได้ซึ้งโดยเฉพาะบทเพลงประกอบในตอนท้ายเรื่อง (ไม่ใช่ตอนจบนะ ) และการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างกินใจ การค้นพบนี้ เป็นการค้นพบตัวเอง ค้นพบคุณค่าของตัวเอง คุณค่าของคนที่อยู่ใกล้ตัว คุณค่าของคนที่เรารัก และรักเรา การเข้าใจถึงชีวิต และการดำเนินชีวิตไปในแต่ละวัน ที่วันคริสมาส พวกเขาเหล่านั้นเสมือนได้รับพรอันประเสริฐ ได้รับโอกาสในแก้ตัว ได้รับโอกาสในการเห็นคุณค่าของตัวเองและคนอื่น ก่อนที่พวกเขาจะไม่มีวันได้ค้นพบ จะมีใครโชคดีที่ได้แก้ตัวและได้ให้คนที่เกลียดเรา หรือคนที่เราทำให้เขาเกลียดได้เห็น แง่มุมต่างๆในตัวเรา ในเรื่อง ตำรวจเลวที่ทำอนาจารหญิงผิวดำ กลับเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตประชาชนจากกองเพลิงโดยไม่คิดชีวิต ,ตำรวจนิสัยดี แต่กลับเป็นผู้ร้ายโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจในตอนท้ายเรื่อง สิ่งเหล่านี้ ล้วนมาจากปาฎิหาร์ มากกว่าความบังเอิญซะอีก ที่บอกว่าเป็นปาฎิหาร์ เพราะ เรื่องบังเอิญ คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด อาจเป็นโอกาสที่ผ่านมา และผ่านไปโดยเราไม่ใส่ใจ หรือมีผลใดๆต่อเราทั้งสิ้น แต่ปาฎิหาร์ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแม้ไม่ตั้งใจ หรือแม้เป็นโอกาสเล็กน้อยของแต่ละคน แต่มันสามารถเปลี่ยนทุกอย่างของเราได้โดยสิ้นเชิง โดยสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้น คือ “หัวใจ” ของเราเอง
แจกแจงหัวใจแต่ละดวง
โดยใช้ฉากความประทับในตอนท้ายเรื่อง ที่มีเพลงช้าๆของผู้หญิงร้อง ไม่รู้ว่าเพลงชื่อไร แต่ซาบซึ้งมากๆเลย มันจะค่อยให้เราเห็นอารมณ์ และการค้นพบของตัวละครแต่ละคน

Sandra Bullock
คือฉากที่Sandra Bullockกอดกับมาเรีย แม่บ้านของเธอ แล้วพูดว่า “ฉันรักเธอ” “อยากฟังเรื่องขำๆไหม” “เธอดีสุด...สำหรับฉัน” เป็นฉากที่Sandra ได้เข้าใจถึงตัวเอง ได้เข้าใจถึง คนอื่น และได้เข้าใจว่า สิ่งที่เธอโกรธอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะ ตัวเธอเองต่างหาก ที่ไม่เคยเข้าใจ และไม่เคยได้ค้นพบเลยว่า คนที่ดีที่สุดของเธอ ที่เป็นเพื่อนแท้ คือคนที่เธอมักอารมณ์ร้ายใส่ เป็นประจำอย่าง และคอยมีอคติกับแม่บ้านของเธอคนนี้อยู่เสมอ สำหรับ Sandra บทที่แสดงในเรื่องค่อนข้างน้อย แต่กลับมีฉากและคำพูดที่กินใจอย่างไม่น่าเชื่อ

Brendan Fraser
Brendan Fraser เป็นอัยการ ที่กำลังก้าวหน้าในอาชีพการงาน บทในเรื่องไม่ค่อยเด่น แต่หน้าตา ดูดี กว่าทุกเรื่องที่แสดง ดูผลิกบทบาทของตนเองอยู่เหมือน แต่ ดูเหมาะสมมาก กับมาด ที่เขาแสดง
หัวใจของBrendan Fraser ได้ค้นพบว่าสิ่งที่เขาคอยสั่งการและสร้างภาพอยู่เสมอนั้น เป็นความว่างเปล่าที่เขาไม่เคยมีความสุขเลย เขาพยายามสร้างภาพลักษณ์โดยการตัดสินคดีของคนดำอย่างไร้เหตุผลเพื่อเรียกคะแนนเสียง และยุ่งอยู่ตลอดเวลาในการทำงาน แม้จะเป็นที่บ้าน โดยไม่เคยปล่อยให้โอกาสทางการงานว่างเลย
เมื่อเขากลับมาบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงภรรยาบอกเล่าเรื่องราวอาการบาดเจ็บทางโทรศัพท์ และเมื่อเขามองที่กลอนประตู ที่ช่างทำกุญแจชาวเม็กซิกันทำไว้ เขาพบว่ามันปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายอย่างที่ภรรยาเขาใส่ร้ายช่างทำกุญแจ เขารู้สึกว่าอะไรทำให้ภรรยาของเขาเปลี่ยนไป ภรรยาที่โกรธเกี้ยวไม่เข้าเรื่องกลายเป็นคนที่เข้าใจคนอื่น โดยที่เขากลับไม่ใช่คนที่อยู่เคียงข้างภรรยาเขาเลย ตอนที่ภรรยาเขาได้ค้นพบกับสิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต นั่นคือ เพื่อนและความไว้วางใจ เขาได้ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเขากลับเป็นสามีที่ไม่ดีนัก ในการดูแลหรือปลอบใจคนที่เขารัก แต่เป็นช่างทำกุญแจ กับแม่บ้านต่างหากที่ให้ให้บทเรียนอันแสนวิเศษแก่ภรรยาของเขา เขาควรต้องคิดใหม่ซะแล้ว


Don Cheadle

Don Cheadle เป็นหัวหน้าตำรวจผู้จริงจัง แต่มีปมในใจเกี่ยวกับน้องชายที่หนีออกจากบ้าน เขาเคร่งเครียดกับงานและคอยดูแลแม่ของเขาอยู่เสมอ แต่สิ่งที่เขากลับลืมมันไปก็คือ การตามหาน้องของเขาให้กลับมาหาแม่ที่เฝ้าตามหาตลอดมา แม้เขาจะใส่ใจแม่ของเขาแค่ไหน แต่สิ่งที่ไม่อาจทดแทนได้ คือความสุขกับการได้พบและอยู่ด้วยกันพร้อมกับน้องชาย จนเมื่อเขาได้พบความสูญเสีย เขาจึงค้นพบว่า แม้ตัวเองจะเป็นตำรวจชั้นเยี่ยมแค่ไหน แต่เขากลับเป็นพี่และลูกที่แย่ ที่สุดในความรู้สึกของตัวเอง มันเป็นความรู้สึกผิด และเสียใจตลอดมา

Jennifer Esposito
คู่หูหัวหน้าตำรวจ ที่อารมณ์ร้าย และขี้โมโหอยู่บ้าง เธอได้ค้นพบปมในใจของคู่หูของเธอ เธอคอยเป็นกำลังในให้เขาเสมอ และค่อยๆเข้าใจในตัวเขา มากขึ้นเรื่อยๆ เธอได้บทเรียนของการสูญเสียจากประสบการณ์ที่คู่หูของเธอได้รับ เธอมองมันเหมือนกำลังดูหนังเรื่องหนึ่งอยู่ พร้อมกับเรียนรู้ไปกับมัน พร้อมกับความเข้าใจ

Terrence howard
นักจัดรายการโทรทัศน์ฝีมือดี เป็นคนอ่อนโยน สุภาพ และถ่อมตัว แต่เขากลับได้รับแรงกดดันจากภรรยา และเพื่อนร่วมงานเยียดผิว ที่ยัดเยียดความเป็นคนดำให้ต้องเป็นคนโง่เสมอแก่เขา เขาเป็นคนไม่สู้คน แต่ในที่สุดแล้ว เขาก็ระเบิดอารมณ์ออกมากับเด็กกุ๋ยข้างถนน และตำรวจที่จับกุมเขา เขาฟิวส์ขาด และไม่แคร์ต่อการสูญเสียใดๆอีกแล้ว เขาเกลียดตัวเอง และเกลียดตำรวจ แต่เมื่อเขาได้พบคู่หูของตำรวจที่เคยทำอนาจารภรรยาของเขา ตำรวจคนนั้นเป็นคนปกป้องเขา และให้เขากลับบ้านอย่างปลอดภัย เขาไม่เคยรู้สึกถึงโอกาสที่เขาเคยได้รับอย่างนี้จากใคร โอกาสเขาไม่เคยเรียกร้อง ความหวังดีของตำรวจคนนั้นที่มีต่อเขา หลังจากที่เขามีทัศนคติในแง่ลบต่อตำรวจจนต้องระเบิดอารมณ์ออกมา เมื่อเขาได้ขับรถกลับบ้าน เขาได้ค้นพบกับความนิ่ง เงียบ และสงบอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกว่าความโกรธที่เขามี ได้ถูกแผดเผาไปจนหมดแล้ว หลังจากที่เขาได้ระบายมันออกมาพร้อมกับพบมิตรภาพที่ดีของตำรวจคนนั้น คงถึงเวลาที่เขาควรกลับบ้านพร้อมกับความเข้าใจ กับอารมณ์ที่เยือกเย็น และบอกกับเธออย่างสุดหัวใจว่า “ผมรักคุณ”

Chris Ludacris
วัยรุ่นสุดแสบที่ขโมยรถเป็นอาชีพ ชอบคิดเองเออเอง พร้อมกับต้องการสร้างวีรกรรมให้คนผิวดำยอมรับในความบ้าศักดิ์ศรีของตัวเอง ศักดิ์ศรีที่เกิดจากทิฐิในแง่ลบ ทัศนคติผิดๆ ที่เกิดจากการมองโลกในแง่ร้ายอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วเขาก็ได้ค้นพบว่า สิ่งที่ตัวเองทำมันน่าอับอายแก่ตัวเองและคนอื่น เขาเป็นคนที่ไร้ค่าจริงๆ แต่คนตอนสุดท้ายคนไร้ค่าอย่างเขา ก็ค้นพบคุณค่าลึกๆในตัวเอง ความภูมิใจที่ไม่ต้องประกาศให้ใครรับรู้เหมือนที่เคยทำ การได้เป็นฮีโร่แม้จะเป็นคนละแนวอย่างที่เขาเคยต้องการ โดยเขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่า มันจะเป็นความภูมิใจที่ดีที่สุดแก่ตัวเขาเอง

Thandie Newton
แรงกดดันที่เธอได้รับจากตำรวจที่ทำร้ายจิตใจของเธอ เธอยิ่งและยึดมั่นในศักดิ์ศรี และเธอก็คิดให้สามีของเธอเป็นอย่างเธอเช่นกัน เธอต้องการให้สามีเธอสู้ และปกป้องเธอ อย่างที่เธอต้องการ แต่แล้วเมื่อไม่เป็นอย่างที่เธอคิด เธอระเบิดอารมณ์ใส่เขาโดยไม่คิดถึงจิตใจและความรักเคยมีต่อกัน เธอเรียกร้องความกล้าหาญจากสามีเธออยู่ตลอดจนเขาเกิดความกดดันจากเธอ เธอเครียดและมีอคติอย่างรุนแรงกับตำรวจที่ทำร้ายเธอ เธอต้องการให้ตำรวจคนนั้นและสามีของเธอได้รับบทเรียนจากสิ่งที่ทำ โดยเธอไม่แคร์ว่าสามีของเธอ จะรู้สึกแย่ต่อเหตุการณ์นี้และอยากที่จะลืมเลือนมันไปขนาดไหน แต่แล้วเธอก็ได้ค้นพบว่า ความชิงชังที่เธอมี ความโกรธและอาฆาตที่เธอมีอยู่ มันเป็นเหมือนตัวตัดสินชีวิตของคนที่เธอรัก ของคนที่เธอเกลียด และตัวเธอเองด้วย หากเธอยังคงความแค้นและความโกรธกับตำรวจทุกคนที่ช่วยชีวิตเธอ เธออาจไม่มีโอกาสได้พบแง่มุมความดีของคนที่เธอเกลียด และเธออาจไม่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกับคนที่เธอรักที่สุด

Ryan Phillippe
ตำรวจที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจริยธรรมที่เขายึกถือเสมอ เขาเกลียดตำรวจที่ทำตัวไม่เหมาะสม และเขาเชื่อมั่นในความเป็นคนดีของตัวเองเสมอมา จนเขาได้ทำร้ายผู้บริสุทธิ์อย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เขาได้ค้นพบตัวเองว่า เขาไม่ได้ต่างไปจากตำรวจเลวๆคนหนึ่งที่เขารังเกียจเลย เขากลับดูโหดร้ายกว่า และน่าผิดหวังต่อการเป็นตำรวจมากว่าซะอีก เขาได้เข้าใจถึงคำพูดของคู่หูเก่าของเขา และเขาเริ่มเข้าใจในทัศนคติแง่ลบที่เขายังคงมีต่อคนผิวดำอยู่ แม้เขาจะพยายามช่วยเหลือและเข้าใจ หรือแม้เขาจะพยายามเป็นเพื่อนกับคนดำมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่เขายังหนีไม่พ้นความระแวง ที่ส่งผลให้เขาเข้าใจคนอื่นผิดอยู่ดี นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาเพิ่งเข้าใจตัวเอง

Larenz Tate
เด็กผิวดำความคิดดี ผู้มองโลกในแง่ดี และมีรสนิยมเหมือนคนผิวขาว เขาชอบฮอกกี๊ ซึ่งคนผิวดำไม่ชอบกัน เขาชอบเพลงลูกทุ่ง ซึ่งก็นั่นแหละคนผิวดำส่วนใหญ่ไม่ชอบเพลงลูกทุ่ง เขาเป็นเด็กดี และมีปัญหาทางครอบครัวตามประสาวัยรุ่น จึงตามเพื่อนคู่หูของเขาทำผิดเป็นประจำ ซึ่งที่จริงแล้ว เขาเป็นเด็กที่จิตใจดีคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่ถูกฉาบด้วยสิ่งที่สังคมมักเข้าใจผิดอยู่เสมอว่าคนผิวดำอันตราย และไม่ควรมาอยู่ในย่านคนผิวขาว หรือเดินตามถนนตอนกลางคืน และสิ่งที่คนผิวดำพกติดตัวต้องเป็นปืนเสมอ นี่แหละคือตุลาการของสังคมแหละ

Michael Pena
ช่างทำกุญแจนิสัยดี ผู้อบอุ่นและรักลูกของเขา เขาพยายามให้ลูกของเขาเติบโตในสังคมที่ดี โดยย้ายไปอยู่ย่านที่สงบมากกว่าสลัมที่เขาเคยเติบโต เขาประกอบอาชีพสุจริตและให้คำแนะนำที่ดีแก่ลูกค้าอย่างสุภาพ แต่เขาก็มักถูกตราหน้าว่านักต้มตุ๋นหรือกุ๋ยที่คอยหลอกลวงชาวบ้าน หรือไม่ก็คนคุกที่คอยสะเดาะกุญแจให้เพื่อนเข้าไปขโมยของลูกค้า เขาจึงมักได้รับความกดดันจากคนอื่นอยู่เสมอ รวมทั้งความกลัวของลูกของเขาที่เขาต้องคอยบำบัดมัน โดยการสร้างความมั่นใจแก่ลลูกของเขาให้หายกลัวจากเสียงปืนที่เยได้ยินเสมอตอนอยู่สลัม
บทที่ Michael Pena ได้รับ ดูเป็นคนที่อารมณ์ปกติสุดแล้ว เมื่อเทียบกับ Brendan Fraser ,Don Cheadle เขาเป็นคนที่สามารถทำร้ายคนอื่นได้เมื่อดูรูปร่างหรือลักษณะภายนอกโดยไม่ต้องสงสัย แต่เขาไม่เคยทำร้ายใคร และพยายามหลีกเลี่ยงการทะเลาะที่รุนแรงอยู่เสมอ แม้เขาจะโกรธแค่ไหนก็ตาม แต่ตัวละครตัวนี้มีความสำคัญตรงที่เป็นจุดเปลี่ยนทัศนคติในแง่ลบของชายชาวเปอร์เซียผู้คิดอยู่ตลอดว่าพวกอเมริกันคอยจะโกรธเขาอยู่เสมอ และคิดไปเองว่าตัวเองรู้ทันพวกอเมริกัน ทำให้เข้าใจผิดคิดตีโพยตีพายจนเรื่องราวใหญ่โต และทำให้ตัดสินใจผิดอย่างมหันต์ในการระบายความโกรธแค้นผิดคน โดยไม่ดูเลยว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นความผิดของตัวเอง
สำหรับMichael Pena และลูกของเขา เป็นเสมือนผู้ให้พรแก่ชายชาวเปอร์เซียคนนั้นในการให้โอกาสเขาได้เริ่มต้นใหม่ จากความผิดอย่างมหันต์จากสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป โดยจุดเริ่มต้นของพรนี้มาจากความใส่ใจที่เขามีต่อลูกสาว การที่เขาเล่านิทานให้ลูกฟังเพื่อเธอเชื่อและเพื่อขจัดความกลัวให้หมดไปจากตัวเธอ ทำให้เธอมีความกล้า และปกป้องคนที่เธอรักได้ เมื่อตกกลางดึกของวันคริสมาส เขาจึงได้แต่คิดทบทวนถึงปาฎิหาร์ยที่เกิดขึ้น และการกระทำต่างๆของเขา อยู่คนเดียว พร้อมกับขอบคุณต่อพรที่เขาได้รับมาจากพระเจ้าในวันคริสมาสนี้ด้วย เช่นกัน

Matt Dillon
ตำรวจที่ทำงานมานานพร้อมการสั่งสมประสบการณ์และความกดดันต่างๆจากการทำงานและจากพ่อที่ป่วยหนักของเขา จึงมีผลทำให้เขาเกิดความเครียดและความกดดัน ส่งผลให้เขามีทัศนคติไม่ดีต่อคนดำ เขากลายเป็นคนเหยียดผิว และระบายอารมณ์ความโกรธที่มีจากหัวหน้าพยาบาลผิวดำต่อสองสามีภรรยาผิวดำ จึงทำให้เขากลายเป็นผู้ที่น่าชิงชังและน่ารังเกียจทั้งจากเพื่อนร่วมงาน และสองสามีภรรยาที่ถูกเขากระทำ
แต่ถึงอย่างไรนั้น อีกด้านหนึ่งของเขา เขากลับเป็นผู้กล้าหาญในการปฎิบัติหน้าที่ เป็นฮีโร่ของประชาชน เขายอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในกองเพลิงโดยไม่คิดชีวิต ซึ่งนั่นเป็นการทำงานที่จริงจัง และเป็นนิสัยที่แท้จริงของเขา หากเขาไม่ถูกความโกรธ ทัศนคติผิด เข้าครอบงำ
ตัวละครที่Matt Dillon แสดงได้ค้นพบหัวใจของตนเองว่าแต่ที่จริง คนที่เขาได้ระบายความโกรธลงไปนั้น เขาก็มีชีวิตจิตใจไม่ต่างไปจากคนผิวขาว คนผิวดำมีความอ่อนแอ มีความเสียใจ มีความหวังที่ให้เราช่วยเหลือ และมีความรู้สึกที่ซาบซึ้งใจที่เขาสัมผัสได้โดยมันได้แปรเปลี่ยนหัวใจที่เต็มไปด้วยอคติต่อคนผิวดำอย่างสิ้นเชิง มันทำให้เขาคิดถึงการกระทำของตัวเองที่เกือบจะทำให้คนๆนั้นต้องตายไปเพราะทัศนคติที่เลวร้ายที่เขาเป็นคนสร้างให้ ทำให้คนผิวดำไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขา และเกือบตายไปพร้อมกับความเลวร้ายที่ Matt Dillon เป็นต้นเหตุ ดังนั้นเขาจึงได้ค้นพบความจริงที่ยิ่งใหญ่ตรงที่ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไประบายความโกรธแก่ผู้บริสุทธิ์ เพราะเขาไม่ใช่ตุลาการของชีวิตใคร


สรุปหนัง(หากใครไม่อยากอ่านยาวๆก็อ่านสั้นๆตรงนี้นะจ๊ะ)
คุณเคยไหมที่เคยรำคาญลูกน้อง เบื่อหน้าเจ้านาย เซ็งกับตำรวจจราจร หรือถูกตราหน้าว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ที่แย่ๆ คุณโกรธพวกเขาไหม หากรู้ว่าอีกด้านมุมนึงของพวกเขา เป็นคนดีในแบบที่คุณไม่เคยรู้ คุณจะให้อภัยและรักพวกเขาไหม หากคนที่คุณคิดว่าดี เขาอาจทำความผิดที่ไม่สามารถให้อภัยได้ คุณจะยังรักและศรัทธาคนๆนั้นอีกไหม นี่แหละคือสิ่งที่หนังกำลังจะสื่อ สื่อถึงจิตใจของคน สื่อถึงแง่มุมแต่ละคน ที่มีทั้งด้านดีและเลวร้ายปะปนอยู่ ไม่มีใครที่เกิดมาเพื่อเลวอย่างสมบรูณ์แบบ พวกเขาอาจถูกฉาบด้วยการตุลาการของสังคม ที่ตัดสินคนด้วยความเชื่อผิดๆ และไม่มีใครดีครบถ้วนหรือถูกต้องสมบรูณ์แบบไปซะทุกเรื่องหรอก อยู่ที่ว่า คุณให้โอกาสพวกเขาแค่ไหน และที่สำคัญ คุณให้โอกาสตัวเองในการค้นพบพวกเขาหรือยัง
ดังนั้น หนังเรื่องนี้ จึงเป็นอีกเรื่องที่ อาจเป็นสว่านเจาะทำลายเจียระไนหัวใจของคนทุกคนที่ได้ดู ขอให้ทุกคนโชคดี กับวันปีใหม่ที่จะมาถึง ในอีกเดือนกว่าๆข้างหน้านี้ เพื่อเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมกับหัวใจดวงใหม่ที่แข็งแกร่งกับการเผชิญกับสังคมเบี้ยวๆ ของเราที่ผู้คนหลายคนเต็มไปด้วยหัวใจที่พิการ หวังว่าคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ จะมีหัวใจเต็มไปด้วยกำลังใจมากขึ้นกว่าเดิมนะค่ะ ..............GOOD LUCK! ”












_________________

ใจเราเห็นสิ่งใด มือเราก็จะได้สิ่งนั้น
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอบจังเลยครับ ถึงแม้ว่าเวเฟอร์จะยังไม่ได้ดู

เดี๋ยวจะรีบไปหามาดูทันทีเลยครับ

แล้วเวเฟอร์ว่าคุณเขียนได้ดีจังเลยครับ

เวเฟอร์รู้สึกว่าคุณรู้ว่าหนังเค้าสื่ออะไรออกมา แล้วคุณก็เรียบเรียงมาให้ผู้อื่นได้อ่านไปตาม ๆ กัน

ขอบคุณครับ

เวเฟอร์อ่านแล้วซึ้งเลยCool



_________________
คุยหนังภาษาหมา
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ที่จริงชอบดูหนังแบบว่าทำให้เราอยากค้นหาคำตอบในตอนสุดท้าย

ทำให้เราติดตามตลอดเรื่อง และที่สำคัญหนังนั้นต้องไม่ทำร้ายคนดูเกินไป

เฉลยได้อย่างเข้าใจ และที่สำคัญต้องทำให้เราประทับใจด้วย

(แต่อันนี้จะทำยังไงก็แล้วแต่เรื่อง)บางเรื่องก็ดูแล้วไม่ประทับใจ

จนเมื่อเราดูจบแล้วต้องอุทานว่า

"เห้ย สุดยอด มันเยี่ยมมาก(ต่างๆนานา)"

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนึงที่น่าดูมากๆเลยค่ะ

ปล.จากการที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ คุณรีวิวได้เยี่ยมมากๆเลยนะคะในความรู้สึก

สามารถถอดบทบาทและวิเคราะห์จิตใจของนักแสดงที่เล่นบทนั้นได้อย่างดีเลยค่ะ

ไว้มารีวิวบ่อยๆนะคะ จะมารีทุกอันเลยค่ะ



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ส่ง Email
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
เราดูเเล้วค่ะ ชอบมากๆดูเเล้วร้องไห้
ตอนเเรกดูเพราะกะดูเเซนดร้าคนเดียวเลยค่ะ
ก่อนดูมีเเต่คนบอกว่า หนังดีมากกกกก เราก็ โห มันดีขนาดนั้นเลยเหรอ
ชอบฉากที่ยิงพ่อเเล้วเด็กวิ่งไปรับกระสุนมากๆ เลยค่ะ ซึ้ง น้ำตาซึม
ฉากที่ไรอันยิงคนนั้นเเล้วตายเเบบ โหอึ้งมาก
ส่วนของเเซน เเบบ พอดูจบเเล้วทำให้เก็บมาคิดได้เลยเนาะว่า เราไม่สามารถมองคนที่ภายนอกได้ คนที่อยู่กับเรานานๆ ใครจะไปรู้ว่าเขาจะจริงใจกับเราหรือไม่เมื่อยามเดือดร้อน
ถึงเเม้เจ๊จะเล่นเเค่นิดเดียว เเต่ก็กินใจหนูมากๆ ค่ะ
คนบางคนที่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ ทั้งด่าทั้งสับว่า ปล้นออสการจาก brokeback mountain ไปเฉยเลย
หนังเเต่ละเรื่องมันก็ดีคนละเเบบ
ไม่สามารถตัดสินได้ว่าอันไหนดีกว่ากัน
เเต่crash สามารถผูกถึงความสำพันธ์ของคนในสังคมได้
ประทับใจมาก


_________________
You are the wind beneath my wings...
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Cool


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ขอบคุณจร้า


_________________
นะคะ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
Darth เวเฟอร์ พิมพ์ว่า:
ขอบจังเลยครับ ถึงแม้ว่าเวเฟอร์จะยังไม่ได้ดู

เดี๋ยวจะรีบไปหามาดูทันทีเลยครับ

แล้วเวเฟอร์ว่าคุณเขียนได้ดีจังเลยครับ

เวเฟอร์รู้สึกว่าคุณรู้ว่าหนังเค้าสื่ออะไรออกมา แล้วคุณก็เรียบเรียงมาให้ผู้อื่นได้อ่านไปตาม ๆ กัน

ขอบคุณครับ

เวเฟอร์อ่านแล้วซึ้งเลยCool
like like like


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com