ฟังครบละ อาจจะไม่หลายรอบ
First thought ความรู้สึกทีไ่ด้คือ มันเรียบมากกกก แต่ไม่ใช่เรียบจืดชืดนะ แต่มันเป็นอารฒณ์ที่แบบไม่กระโตกกระตาก ไม่ฉูดฉาด แทร็กเรียงไปเรื่อยๆ ละก็ไม่ได้มีความฟังยากอะไรนัก
หลายแทร็คก็สัมผัสได้ในความพยามแหวกของอีบาบูน แต่ก็เอามาใส่ filter ซะงั้น มันก็เลยดูครึ่งๆกลางๆ เห็นด้วยที่กะเทยบอกว่ามีข้อดีคือ ยังไงก็ขายได้หลายหลากเป้าหมาย แต่แบบก็แอบเสียดายโอกาส go all the way เพราะอีแฮซตอนนี้ reputation พีคมาก ถ้าทำแบบสุดโต่ง จัดเต็มมาก็จะได้ตัดสินไปเลย ถ้าคนรับได้ก็แดกยาวๆ ถ้าคนรับไม่ได้ก็ตุ้บไป แต่อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่าครึ้งนึง สมาชิก BB เกรด B เองก็มีเพลงที่สร้างประวัติศาสตร์มากกว่าเพลงป๊อปงี่เง่าเหมือนกัน
เวลาเพลงมันเรียงๆกัน ก็คือโอเคนะ คลุมโทน ฟังได้เรื่อยๆ มีกิมมิคบ้าง ไม่มีบ้าง แต่พอแยกออกมา คือแบบ เหหหหห มัน side track มากกก
อัลบั้มนี้ หลายเพลงฟังแล้วนึกถึงอี Ed มาก แต่ต่างกันตรงอีเอ็ดฟังง่ายกว่า เข้าถึงง่ายกว่า
ตอนนี้พูดได้แค่เนี้ย แต่ที่รู้สึกดีก็คือ ได้เห็นการใช้เสียงหลากหลายของอีบาบูนดี แต่ก็มีข้อเสียคือ ไม่ได้รู้สึกถึงอะไรที่เป็น Harry Style ในอัลบั้มนี้เลย มันไม่มีความ stand-out ความเอกลักษณ์ ที่ได้ยินแล้วแบบ ว้ายยเพลงอีบาบูนนี่นา อะไรเงี้ย คือเหมือนก็เป็นอัลบั้มที่ทำมาโอเคอัลบั้มนึง แต่ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรขนาดต้องเอาเข้า hall of fame
ส่วนเพลงที่ชอบมากคือ Grapejuice เป็นเพลงที่ไม่โฉ่งฉ่าง แต่ก็ไม่ได้เรียบน่าเกลียด ถึงจะดูเป็นเพลงย้อนยุคประเภทเอา karaoke มาเปลี่ยนเนื้อก็ตาม
Matilda นี่ดูจากเนื้อหา น่าจะถูกใจพวกเด็กเจนนี้ ภาพรวมก็ทำได้ดี
Cinema เพลงนี้ represent เพลงสมัยนิยมยุคนี้ได้ดีนะ มีความฟิวชั่นกะพวกเพลงย้อนยุคแต่ไม่ได้สำเสนอออกมาเยอะจนกลายบเป็นสะเหล่อ อี Daydreaming ก็ใช้ได้ ไล่ยาวถึง Keep Driving ที่ได้เรื่องจังหวะมาฉุดไม่ให้เพลงน่าเบื่อเกินไป
ที่เหลือก็ไม่มีอะไรละ เป็นอัลบั้มที่ฟังได้จนจบแบบเพลินๆ ไม่รู้สึกว่ามีเพลงไหนเสร่อจนต้องกดข้าม ในอนาคตเพลง 50% ของอัลบั้มนี้ต้องถูกเอาไปประกอบซีรี่แนว teenager ใน netflix แน่นอล
อ๋อๆ ลืม Music for Sushi restaurant ชื่อเพลงเก๋มาก แต่ตัวเพลง Try hard ไปหน่อย บอกไม่ถูก นึกถึงอี The Weeknd บั้มล่าสุด มันดูเป็น Interlude มากกว่าเพลง 1 เพลง




