˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
โจลี่ มาไทยแล้ว กดดันรัฐบาลไทยต่อ ประชาคมโลก เรื่องโรฮิงญา !
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
นายกไทยก็บอกไปสิว่าไม่พร้อมที่จะรับ ให้พวกนักสิทธิฯ รับไปดูแลไว้ซักคน 2 คน รับรองไม่เกิดปัญหาแน่ หรือไม่ก็ให้ โจลี่ ดูแลหมดเลย



แก้ไขล่าสุดโดย Tuang_Econ เมื่อ Sat Feb 07, 2009 3:40 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________
[i

รีล่างว่ายังไงคร้าบบ
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
กะลังจะเอาข่าวนี้มาโพสต์อยู่ะพอดีเลย 555

ไม่ค่อยอยากจะบอกนะว่าไม่เห็นด้วยกับโจลี่เลยในครั้งนี้

รวมทั้ง สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ด้วย

เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องภายใน คนภายนอกไม่รู้หรอก

เหมือนอย่างคราวที่แล้วที่ไทยกับเขมรมีเรื่องแย่งเขาพระวิหารกัน

ลึกตื้นหนาบางเป็นไงบ้างใครจะรู้ แต่อยู่ดีๆโจลี่ชีก็มาบอกว่าไม่อยากให้ใช้ความรุนแรง

ก็ดีอยู่นะที่มีคนมาคัดค้าน แต่แลดูเหมือนต่อว่าฝ่ายไทยยังไงไม่รู้ (หรือเดี๊ยนคิดไปเอง)

ครั้งนี้ก็อีก ประเทศไทยคนในประเทศเองก็ยังจะเอาตัวเองไม่รอดอยู่แล้ว

ปัญหามากมาย เศรษฐกิจย่ำแย่ คนตกงานก็เยอะแยะ

เรารับเค้ามาแล้วเราจะดูแลไหวเหรอ แล้วเราจะทำได้จริงๆเหรอ

จะไม่เป็นการแบกรับภาระเกินตัวเหรอ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ปุ๊บปั๊บจะทำได้

ต้องค่อยเป็นค่อยไป

แต่ถ้าเรื่อง "มี ผู้อพยพชาวโรฮิงญาหนีตายจากพม่าเข้ามาในน่านน้ำของไทย และถูกเจ้าหน้าที่ทหารไทยผลักดันออกไป จนเป็นเหตุเรืออับปางและชาวโรฮิงญาหลายร้อยคนเสียชีวิต"

อันนี้เห็นด้วยว่าออกจะเป็นการกระทำที่โหดร้ายไปนิด

ปล. แนะนำโจลี่รับเลี้ยงเด็กโรฮิงญาไปอีกซักกลุ่มนะคร่ะ
ปล.2 บอกตั้งแต่ตอนที่ไทยมีปัญหากับกัมพูชาแล๊ววววว่าให้มอบสัญชาติไทยให้กับแบรดพิต
เหมือนอย่างที่กัมพูชามอบสัญชาติกัมพูชาให้กับโจลี่บ้าง 555



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
แองเจลินา โจลี เรียกร้องไทย รับผู้อพยพโรฮิงญา (คมชัดลึก)

"แองเจลินา โจลี" เรียกร้องรัฐบาลไทย รับผู้อพยพโรฮิงญา พร้อมเปิดช่องผู้อพยพชาวพม่า ในค่ายอพยพภาคเหนือของประเทศ ทำมาหากินนอกค่ายได้อย่างเสรี ตามสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้พึ่งพาตนเองได้ ขณะที่องค์การนิรโทษกรรมสากล เรียกร้อง 6 ประเทศดูแลปัญหาชาวโรฮิงญา

แองเจลินา โจลี ดาราชื่อดังของฮอลลีวู้ด ในฐานะทูตสันถวไมตรีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ได้เดินทางเยี่ยมค่ายผู้อพยพชาวพม่า ที่ค่ายผู้ลี้ภัยบ้านใหม่นายสอย จ.แม่ฮ่องสอน ของไทย พร้อมทั้งได้พูดคุยกับบรรดาผู้อพยพเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่และการต่อสู้ ดิ้นรนของกลุ่มคนเหล่านี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือให้ผู้อพยพชาวพม่าในค่ายสามารถดำรง ชีวิตอยู่ในลักษณะที่พึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ นาง โจลี กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจอย่างมากที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้อพยพชาวพม่าที่เป็นผู้หญิงวัย 21 ปี ที่เกิดที่ค่ายอพยพแห่งนี้ และปัจจุบันกำลังเลี้ยงลูกของตัวเองที่ค่ายแห่งนี้ด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งระบุว่า ผู้อพยพประมาณ 111,000 คน ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพทางภาคเหนือของไทย ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานนอกค่าย หรือได้รับการศึกษาที่ดีขึ้น

"ฉันว่าเราสามารถทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันให้เกิดกระบวนการช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้จากรัฐบาลไทยได้ เพราะผู้อพยพเหล่านี้ สมควรได้รับความเคารพหรือยอมรับเทียบเท่าผู้อื่นตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้น ฐาน" นางโจลีกล่าว

นอกจากนี้ นางโจลียังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้การต้อนรับผู้อพยพชาวโรฮิงญา ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ถูกกดขี่และหนีตายจากเงื้อมมือของทหารรัฐบาลพม่าที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนา พุทธ

"การได้มาเยี่ยมค่ายผู้อพยพบ้านใหม่นายสอย และได้เห็นความเมตตาของประเทศไทยที่มีต่อผู้อพยพกว่าแสนคน ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ฉันเกิดความหวังว่า รัฐบาลไทยจะเผื่อแผ่ความเมตตานี้ไปยังกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่ขณะนี้ได้ เดินทางเข้ามาในน่านน้ำของไทยแล้ว" แถลงการณ์ของโจลี ที่ออกโดยยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุ

นับตั้งแต่ทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีของยูเอ็นเอชซีอาร์ ซึ่งมีฐานดำเนินงานอยู่ในนครเจนีวา เมื่อปี 2544 นางโจลีได้เดินทางเยี่ยมค่ายผู้อพยพสำคัญๆ กว่า 200 แห่ง รวมทั้งค่ายผู้อพยพในอิรัก อัฟกานิสถาน ปากีสถานและซูดาน

ถ้อยแถลงเรียกร้องของนางโจลี มีขึ้นในช่วงที่ไทยกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มเคลื่อนไหวด้าน สิทธิมนุษยชนหลายกลุ่ม กรณีผู้อพยพชาวโรฮิงญา ที่หนีตายออกจากพม่าทางเรือจนเข้ามาในน่านน้ำของไทย และถูกเจ้าหน้าที่ทหารไทยจับกุมตัว ก่อนจะลอยแพ ผลักดันให้ออกสู่ทะเลลึก โดยภายในเรือไม่มีเครื่องยนต์ หรือเสบียงอาหารที่เพียงพอ

นายเดวิด แมทธีสัน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพม่าแห่งกลุ่ม "ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์" ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า การปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง จำเป็นที่สหประชาชาติและรัฐบาลไทยต้องเข้ามาสอบสวน เช่นเดียวกับ นายเบนจามิน ซาแว็คคี นักวิจัยแห่งองค์การนิรโทษกรรมสากล (เอไอ) กล่าวว่า ถ้ารายงานดังกล่าวเป็นความจริง กองทัพไทยจะพัวพันกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่าด้วยเรื่องอาหาร การขอที่พักพิง และสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์อย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการสอบสวนโดยทันทีและอย่างถี่ถ้วน

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นาย แซม ซาริไฟ ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือองค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุในจดหมายเปิดผนึกว่า องค์การนิรโทษกรรมสากล ขอแสดงข้อกังวลอย่างจริงจังต่อชะตากรรมของชาวโรฮิงญา ชาวมุสลิมกลุ่มน้อยที่มาจากรัฐยะไข่ ภาคตะวันตกของประเทศพม่า เพื่อ แก้ไขวิกฤติดังกล่าวจึงมีข้อเสนอแนะเร่งด่วนดังต่อไปนี้สำหรับรัฐบาลของ ประเทศบังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า และไทย ดังนี้

1. ประเทศพม่า จะต้องยุติการข่มขู่คุกคามอย่างเป็นระบบต่อชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย สิ่งนี้เป็นสาเหตุที่รากเหง้าของวิกฤติครั้งนี้

2. รัฐบาลทุกประเทศควรปฏิบัติตามพันธกิจที่มีต่อกฎหมายทางทะเล และให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัยทางทะเล ทั้งในด้านการค้นหาติดตามและการช่วยชีวิต

3. รัฐบาลทุกประเทศควรอนุญาตให้ชาวโรฮิงญาทุกคนที่อยู่ในดินแดนของตน สามารถเข้าถึงหน่วยงานผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์

4. รัฐบาลทุกประเทศควรให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานภาพ ของผู้ลี้ภัย และพิธีสารปี 1967 และอนุสัญญาสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานะของผู้ไร้รัฐ

จดหมายเปิดผนึกยังระบุเพิ่มเติมว่า ใน ขณะที่ชีวิตของบุคคลเหล่านี้อยู่ใต้ความเสี่ยง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคนี้ ตระหนักถึงพันธกิจของตนที่มีต่อกฎหมายทางทะเล ซึ่งมีผลบังคับใช้ในกรณีที่พบหรือจับกุมผู้พลัดถิ่นที่เดินทางอยู่กลางทะเล อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล และทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล กับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ซึ่ง ประเทศบังกลาเทศ อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า และไทย เป็นรัฐภาคี กำหนดให้ประเทศต่างๆ เหล่านี้ต้องให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล

พันธกิจเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติตามนอกเหนือจากพันธกิจด้านสิทธิมนุษย ชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล กำหนดให้รัฐภาคีจัดหาเรือที่ติดธงของประเทศเพื่อให้ความช่วยเหลือกับบุคคลใด ก็ตามที่พบว่าประสบภัย หลงทาง และช่วยเหลือบุคคลนั้นระหว่างอยู่กลางทะเล โดยมีหน้าที่ต้องให้ความช่วยเหลืออย่างไม่เลือกปฏิบัติในแง่ของสัญชาติ สถานภาพ หรือพฤติการณ์ของบุคคล นอกจากนั้น รัฐชายฝั่งต่างๆ มีหน้าที่จัดหาและดูแลให้มีการค้นหาและช่วยชีวิตตามจุดมุ่งหมายดังกล่าว ทั้งนี้ โดยผ่านความตกลงความร่วมมือในภูมิภาค

องค์การนิรโทษกรรมสากล ขอเรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคนี้ร่วมมือกันในการติดตามดูแลชาวโรฮิงญาที่ รอดชีวิตเหล่านี้ ให้ช่วยส่งตัวบุคคลที่ได้รับความช่วยเหลือจากภัยทางทะเลไปยังสถานที่ที่ ปลอดภัยโดยทันที และประกันว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงกระบวนการแสวงหาที่พักพิงที่เป็นธรรมและ เหมาะสม และเพื่อประเมินความต้องการในการคุ้มครองของพวกเขา และขอแสดงความยินดีที่นายกรัฐมตรีไทย ได้แถลงถึงเจตจำนงที่จะจัดประชุมระดับภูมิภาคว่าด้วยปัญหาของชาวโรฮิงญา โดยทางออกที่เสนอในระดับภูมิภาคต้องเป็นไปเพื่อประกันว่า ชาวโรฮิงญาซึ่งมีความหวาดกลัวจากภัยคุกคามในประเทศพม่า ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่มีหลักฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน จะต้องไม่ถูกส่งกลับไปยังประเทศของตน และผู้ที่ไม่จำเป็นต้องได้รับความคุ้มครองก็จะต้องถูกส่งกลับอย่างมี มนุษยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลไทยจะต้องยุติการผลักดันส่งกลับชาวโรฮิงญา และให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยทันที รวมทั้งยุติแผนการใดๆ ที่จะขับไล่บุคคลเหล่านี้ออกจากประเทศ

ตอนท้ายของจดหมายเปิดผนึก องค์การ นิรโทษกรรมสากล ยังเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ไม่ส่งกลับบุคคลเหล่านี้และอนุญาตให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสห ประชาชาติ สามารถเข้าถึงชาวโรฮิงญา ซึ่งอยู่ในประเทศของตนโดยทันที ทั้งนี้ เพื่อประเมินความต้องการในการคุ้มครอง และเพื่อประกันว่าจะไม่มีบุคคลใดต้องเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่าง รุนแรงในประเทศที่ถูกส่งกลับไป

ข่าวจาก คม ชัด ลึก


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  

มีหลาย คห จากในพันทิปที่ถูกใจเดี๊ยนมาก >>>

อ้างอิงจาก:

บ้านแองจี้ใหญ่มากเลย ใหญ่ยังกะวัง
แองจี้รับโรฮิงญาไปสักห้าสิบคนสิคะ

ทุกคนเลย Human Right Watch, UNHCR อะไรเนี่ย
บ้านเป็นหอพักหรืออพาร์ทเมนท์ก็ช่วยรับไปสักคนสองคน
บ้านใหญ่หน่อยหรือเป็นบ้านเอาไปเลยห้าหรือสิบคน
ช่วยๆ กัน เดี๋ยวก็หมดเองค่ะ


อ้างอิงจาก:
แองจี้จ๋า

ถึงฉันจะชื่นชอบเธอมากมายสุดประมาณ ก็ตาม

แต่เรื่องนี้ ขอพูดประโยคเดียวน่ะ "ที่รัก"

อย่ามาทะลึ่งกับเรื่องในบ้านกรู

เธอรู้ไหม ? ประเทศของฉันต้องรับกรรมกับบรรดาผู้อพยพมามากมายขนาดไหน

ตอน ไซง่อน แตก ประเทศฉันก็ต้องวุ่นวายกับ ญวน อพยพ

ตอน เขมรแดง ยึดพนมเปญ ประเทศฉันก็ต้องแบกภาระ เขมรอพยพ

ไหนจะยังต้องแบกภาระรับผู้อพยพที่เป้นชนกลุ่มน้อยอีกล่ะ

แม้วอพยพเอ่ย กระเหรี่ยงอพยพเอ่ย

แล้วพวกอพยพ พวกนี้ ก็กินบนเรือน แต่ ทั้งขรี้ เยรี่ยว รดบ้านฉันตลอด

ไม่พอใจมันก็ประท้วง ก่อจลาจลในศูนย์อพยพบ้าง

ออกมา ประท้วงปิดถนนบ้าง

พวกประเทศฝรั่งตาน้ำข้าว อย่างพวกเธอเคยเหลียวมาดูบ้างไหม ?

นอกจากจะคัดผู้อพยพที่เป็นบุคคลากรชั้นดี ที่เป็นหมอ เป็นวิศวกร กลับไปบ้านของฝรั่งอย่างเธอ

แล้วก็ทิ้ง พวก "กาก ๆ" "เดน ๆ" ไว้ให้เป็นภาระของประเทศฉัน

พอเถอะจะที่รัก ประเทศฉันเป้นม้าอารีย์ มากเกินไปจนหลังของม้าตัวนี้ แทบจะหักอยู่แล้ว

เธอควร ไปบอก "ประเทศอังกฤษ" ต้นตอของนักล่าอณานิคม เจ้านายเก่า ผู้ปกครองเก่า ของ โรฮิงญา ให้มารับผิดชอบแล้วกัน

แต่อย่ามา "ยุ่ง" กับประเทศฉันน่ะที่รัก

อยากจะมาสัก มาลงยันต์ คงกระพันชาตรีที่ ประเทศฉัน ฉันไม่ว่า

แต่ ไม่ควรมายุ่งในเรื่องที่ไม่สมควรจะยุ่ง กับประเทศของฉัน น่ะที่รัก

จุ๊บ ๆ ๆ ๆ

ปล.

แล้วที่ว่าทหารเรือของประเทศฉัน ปฎิบัติไม่ดีกับพวกโรฮิงญาน่ะ

เธอลองไป ดูสิว่า ตม.ของอเมริกา ประเทศที่เธอทำมาหากินอยู่น่ะ

เค้าปฎิบัติเยี่ยงใดกับเม๊กซิกัน หรือ คิวบาที่ลักลอบเข้าประเทศเค้าบ้างน่ะตัวเอง

ก่อนจะมองหาขรี้ ของคนอื่น หัดเช็ดขรี้ของตัวเองก่อนน่ะดาร์ลิงค์


อ้างอิงจาก:
พูดแล้วก็ขอพูดให้จบ
ไทยเราอ่อนประชาสัมพันธ์หรือไม่รู้จักจ้าง lobbyist ให้สือต่างชาติลงข่าวก็ไม่รู้
ไทยน่ะเหรอไม่รับ ไม่ช่วยเหลือ
ที่ระนองมีโรฮิงญาอยู่จะเป็นหมื่นคนแล้วมั้ง


แล้วให้ไปดูที่แม่สอด จังหวัดตาก ทุกวันนี้ยังเป็นค่ายผู้อพยพอยู่เลย ไทยรับมากี่สิบปีแล้ว
ใหญ่ยังกะเมืองเมืองนึงเลย ค่ายน่ะ
ต้องจัดที่ให้อยู่ อยู่กันเยอะๆ ก็ต้องสร้างโรงเรียนให้ สร้างโรงพยาบาลให้ สร้างห้องน้ำ ห้องส้วม ทำระบบสุขอนามัย
ไม่งั้นก็เอาโรคติดต่อมาติดคนไทยในพื้นที่อีก
คนไทยในพื้นที่ก็ถูกเบียดเบียน คนพวกนี้ต้องอยู่ในที่จำกัดอยู่แล้ว ออกมานอกพื้นที่ไม่ได้
ออกมาก็ก่ออาชญากรรมก็มี คนมันร้อยพ่อพันแม่ที่อพยพมา มันก็มีโจรปะปนมาอยู่แล้ว

ถ่ายสารคดีไปให้ไอ้พวกนี้มันดูบ้างว่าไทยรับมาเท่าไหร่แล้ว แล้วกี่สิบปีแล้ว แก้ปัญหาไม่ได้ ผลักดันไม่ได้
อีพวกปากมาก อยากได้กุศลเนี่ยมันช่วยตอนแรกๆ ตั้งค่ายเท่านั้นแหละ
ผ่านไปสิบปี ยี่สิบปี รัฐบาลไทยแบกภาระหลังแอ่นอยู่เจ้าเดียว

จำตอนเขมรแตกได้ไหม เอ้า ช่วย ช่วยเต็มที่เลย เรามีมนุษยธรรม
แล้วไง กว่าไทยจะผลักดัน จะเคลียร์จบได้ หมดเงินหมดแรงไปไม่รู้เท่าไหร่

ประเทศที่สามเหรอ เฮอะ อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง
ใครไปดูค่ายผู้อพยพที่ตากสิ
อเมริกาติดป้ายหราเลย รับผู้อพยพ แต่ "ต้องมีคุณสมบัติดังนี้"
เป็นหมอ เป็นครู เป็นผู้มีความรู้วิชาชีพ
ก็ "มัน" เลือกรับตามใจ เอาแต่คนเก่งๆ ไปแบบนี้ แล้วเหลือคนแบบไหนไว้ในค่ายล่ะ

ไทยก็อ้วกแตกอยู่ชั่วกาลนิรันดร์นี่แหละ

ปากดีนัก ใจบุญนักก็ลงทุนสร้างค่ายที่มาลิบูสิยะหล่อน แล้วรับไปเลย


อีกเยอะคร่ะ ตามไปอ่านกัน >>> http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7499128/A7499128.html



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
[quote="YoYo"]
Pooh พิมพ์ว่า:
ไม่ใช่ไรหรอกนะ อยากจะบอกว่าเบื่ออีนี่เต็มทนแล้ว แลดูสร้างภาพเกินไปนะ เริ่มรำคานค่ะ[/quote

อย่าคิดว่าคนอื่นเค้าเหมือตัวเองสิ คนเค้าทำดีก้อไปว่าเค้าตัวเองไม่เคยทำแล้วยังมาว่าคนอื่นอีก แวะ


แล้วไงค่ะ ก้อกรูไม่ชอบนี่ค่ะ มากมายเกินนะค่ะอีโจลี่เนี่ย ถ้าคุณโยโย่อะไรนี่ชอบก้อรับเอาไปซักสิบคนแทนโจลี่สิค่ะ เป็นคนดีไม่ใช่หรอค่ะ?จะบอกให้ค่ะ ว่าวิธีการทำความดีมันมีอีกมากค่ะ



แก้ไขล่าสุดโดย Pooh เมื่อ Sat Feb 07, 2009 4:05 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง

_________________


รู้ว่าหล่อ ไม่ต้องมองมาก ฮ่าๆๆ
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไม่รับไปเองล่ะ

เที่ยวมาเข็ญให้ประเทศนั้น นี้รับไป

เข้าใจสถาการณ์ สถานภาพของประเทศนั้นๆมั่งซิ


_________________
http://txtb.in/2Iv
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
โจลี่เนี่ยหรอคะ สร้างภาพ? วัดจากอะไรคะ? วัดจากการที่เธอเดินทางไปเยี่ยมค่ายผู้อพยพทั่วโลกหรือเปล่า? หรือว่าวัดจากการที่เธอบริจาคเงิน 1 ใน 3 ที่หาได้ไห้กับองค์กรการกุศล? เดี๊ยนเชื่อว่า จากสิ่งที่เธอทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาน่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้ว่า ผู้หญิงคนนี้ทำเพื่อคนที่ไม่มีโอกาสขนาดไหน

บางคนเล่นคอมอยู่แต่ห้องแอร์ ไม่เข้าใจหรอกค่ะ ว่าชีวิตในค่ายอพยพนี่มันลำบากขนาดไหน คนอพยพไม่ว่าชาติไหน ถ้าเลือกได้ไม่อยากอพยพหรอก ใครจะไม่อยากอยู่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง แต่บางที ทางเลือกมันมีแค่ อยู่ก็ตาย กับ หนีไปตายเอาดาบหน้า เป็นคุณ คุณจะเลือกแบบไหนคะ?

ที่พูดว่า ไม่ใช่จะบอกว่าไทยควรรับ/ไม่รับ หรือ ขับไล่/ไสส่งผู้อพยพ ยังไง ทราบดีค่ะว่าเศรษฐกิจของประเทศเรากำลังยำแย่ขนาดไหน ก็หวังแค่ว่า ณ วันหนึ่ง ชีวิตคนคงไม่มีค่าน้อยไปกว่าตัวเลขในบัญชีหรอกนะคะ



_________________
Once A Wildcat, Always A Wildcat
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
catwomen พิมพ์ว่า:
นังแม่พระอรอินทร์ไปไหน เดี๋ยวเดี๊ยนจะเอาไข่ไก่ไปต้อนรับ Very Happy


+ 10 ค่ะ แคท


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว ตำแหน่ง AIM Yahoo Messenger MSN Messenger
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไม่ใช่ประเทศตัวเองนี่คะ แม๋~~


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 2 จาก 5
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com