˹���á Forward Magazine

ตอบ

ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ถัดไป
เศร้าจัง ระบายหน่อย
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ฉันว่าการเป็นคนจริงจังเกิน มันทำให้อีกฝ่ายและตัวเองเกร็งนะค่ะ หล่อนต้่องลองทำตัวบ้าบอ ตลกโปกฮาต่อหน้าเขาบ้าง ทำตัวประหนึ่งหล่อนคือปุตุชนธรรมดา หรือแกล้งโง่ ให้เขาช่วยหล่อนเยอะๆ เช่นทำของตก ช่วยนิดๆหน่อยๆ พอมีโอกาศได้คุยใกล้ชิด พยามเลียนแบบการพูดพฤติกรรมของเขาให้ใกล้เคียงที่สุด จากนั้นควรจะอยู่กับเขาในช่วง ทำกิจกรรมตื่นเต้น เช่นเล่นกีฬา ไปสวนสนุก หรือดูหนังผี จะทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้น ก่อนอื่นเธอต้องลดอัตตาให้หมด เเล้วคิดว่าตัวเองคืออีบ้าคนหนึ่ง ไปไหนไปกันกับเขาอย่าแคร์สื่อค่ะ


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อิลลูมินาติ พิมพ์ว่า:
ฉันว่าการเป็นคนจริงจังเกิน มันทำให้อีกฝ่ายและตัวเองเกร็งนะค่ะ หล่อนต้่องลองทำตัวบ้าบอ ตลกโปกฮาต่อหน้าเขาบ้าง ทำตัวประหนึ่งหล่อนคือปุตุชนธรรมดา หรือแกล้งโง่ ให้เขาช่วยหล่อนเยอะๆ เช่นทำของตก ช่วยนิดๆหน่อยๆ พอมีโอกาศได้คุยใกล้ชิด พยามเลียนแบบการพูดพฤติกรรมของเขาให้ใกล้เคียงที่สุด จากนั้นควรจะอยู่กับเขาในช่วง ทำกิจกรรมตื่นเต้น เช่นเล่นกีฬา ไปสวนสนุก หรือดูหนังผี จะทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้น ก่อนอื่นเธอต้องลดอัตตาให้หมด เเล้วคิดว่าตัวเองคืออีบ้าคนหนึ่ง ไปไหนไปกันกับเขาอย่าแคร์สื่อค่ะ


โอ้ยยยยยยยยยยย ชีเน่ ทำไมเราอ่านข้อความเทอแล้วจิตใจ เหมือนถูกยกขึ้น รู้สึกดีมากๆๆ ค่ะ
เราอิจฉาที่เทอเป็นตัวของตัวเองมากกก ซึ่งเราพยายามจะเป็นให้ได้
ขอบคุณมากๆๆ นะคะ คืนนี้กุนอนตาหลับแล้ว TT


_________________
Too Little Too Late :[
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ชิซุกะจัง พิมพ์ว่า:
avril_takk พิมพ์ว่า:
ขอแชร์นะครับ มีสิ่งที่คล้ายกัน คือความจี๊ด

แต่ก่อนเราเคยแอบชอบเพื่อนสนิทนะ แบบเป็นอารายที่จี๊ดมาก มันแบบจี๊ดอ่ะ หลายคนก็เข้ามาให้คำปรึกษานะ แต่ก็แบบ...นึกออกใช่ป้ะ เราก็แ่ค่รับฟังเท่านั้น อาจจะเยียวยาได้นิดหน่อย นิดหน่อยจริงๆ

สำหรับเราตอน ม4-5 เป็นเพื่อนสนิทกันมาก ถึงมากที่สุด คนในห้องบางก็ชอบล้อว่าเป็นแฟนกัน เขินมากๆ ไอพวกชอบยุแหย่นี่แหละตัวดี ทำให้เราเปลี่ยนความคิด

พอท้าย ม5 เราก็พยายามออกห่างนะ ไม่พูดไม่อะไรเลย จนอยู่มาวันนึงมันก็โทรมาบอกว่าเราเป็นอะไร ทำไมไม่พูด มันก็ร้องไห้นะ ฮือๆๆๆๆ แต่เราไม่ร้องอ่ะ

ระหว่างช่วง ม 6 เทอม หนึ่งถึงเทอมสองมันก็เริ่มเยียวยาได้ดีนะ หมายถึงเวลาน่ะ เวลาเท่านั้นจริงๆ ที่ทำให้เราดีขึ้น อาจจะไม่ลืม แต่มันทำให้เราคิดได้ และลืมความรู้สึกที่เคยรู้สึกนั่นมา เวลาจริงๆ เป็นช่วงแรกๆ ก็งี้แหละ ประมาณครึ่งปีอ่ะกว่าจะหาย

คอยดูนะ เราเดาได้เลย เธอต้องติดอยู่ในบ่วงแบบนี้ไปอีกยาวๆ เลย ประมาณว่าจะทำอะไรก็นึกถึงเขาตลอด ใช่มั้ย เป็นแน่ๆ เลย

ปล. ตอนนี้ก็ยังไม่คุยกับเพื่อนสนิทเก่านะ 55555555555+ ประมาณว่าห่างแล้วห่างเลย


ทำไมทำอย่างนั้นล่ะ เพื่อนสนิทดีๆหายากนะอย่างน้อยก็น่าจะคบกันไปเรื่อยๆ ยิ่งร้องไห้นี่แบบ แสดงว่าเค้าก็แคร์เธอมากนะ
แต่สงสัยตรงที่ชอบเค้าแล้วมีเพื่อนมาให้คำปรึกษา คือมีเพื่อนรู้ว่าชอบแต่เค้าไม่รู้ว่าเธอชอบอย่างนั้นเหรอ

สรุปแล้วไม่ว่ายังไงก็ตาม เวลาจะช่วยเยียวยาให้เองแหละ เดี๋ยนผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ แต่สุดท้ายคนที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหนก็คือตัวเราเองนี่แหละ (นอกจากครอบครัวนะ) เพราะฉะนั้นอย่าให้ความสำคัญกับคนอื่นมากไปจนลืมที่จะรักตัวเองล่ะ สุดท้ายนี้ขอฝากสองเพลงเก๋ๆเป็นกำลังใจให้เพื่อนสาวนะคร้ะจุ๊ฟ



/me กลับไปเย่อกับเพื่อนสนิทต่อ




เปล่า เพื่อนคนอื่นน่ะ แบบว่าตอน ม ต้นอ่ะมีเพื่อนสนิทจริงๆ ซึ่งก็คบกันเฮฮา แต่พอมอสี่ก็เพิ่งมารู้จักคนนี้ล่ะ คนที่แอบชอบ

ตอนนี้ก็ไม่อะไรแล้วนะ พูดถึงหรือเห็นหน้าก้ไมไ่ด้รู้สึกมากกว่าเพื่อนแล้ว เวลาจริงๆ อ้าแหละคือสิ่งที่จะทำให้อะไรๆ เข้าตัวมากขึ้น

และเวลาอีกน่ะแหละที่ทำให้เรากับเขาห่างกันอีก

สรุปอยู่อย่างงี้แหละ สบายใจทั้งเขาทั้งเรา

ปล. แต่ตอนเขาร้องไห้นี่มันจี๊ดจริงๆ นะ คบใครเป็นเพื่อนมาไม่เคยมีเพื่อนคนไหนมาร้องไห้แบบนี้ให้เลย ทางโทรศัพท์ แล้วมันพูดแบบ "ตั๊กเป็นไรอ่ะ ทำไมไม่พูดกับเค้า เป็นอะไร ฮือๆๆๆๆ" แล้วตอนนั้นเราก็ตัดสายไปเลย ไม่ได้ตั้งใจจะตัดนะ แต่มันมือกดไปเองโดยอัตโนมัติ


Cool Cool Cool Cool Cool Cool Cool Cool


_________________
สโมสรฟุตบอล ที่ปลอดพวกหน้าปรุ

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ฉันก็เคยเป็นนะแต่ต้องบอกก่อนว่าชั้นเป็นกระเทย แล้วคือแบบก็ไม่อยากมโนเองอ่ะว่าเค้าชอบเรา แล้วมานั่งเพ้อเอาที่หลัง แต่คือโดยรวมแล้วมันแปลกๆอ่ะแบบว่าอีเหี้ยอยู่ดีๆก็มีมาหาหรอ มันฟังดูแปลกๆอ่ะ เพราะส่วนใหญ่กระเทยเราจะเป็นฝ่ายออกล่าส่วนใหญ่ ก็ปฏิเสธเช่นกันอ่ะ


_________________

ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
BoNus พิมพ์ว่า:
ฉันก็เคยเป็นนะแต่ต้องบอกก่อนว่าชั้นเป็นกระเทย แล้วคือแบบก็ไม่อยากมโนเองอ่ะว่าเค้าชอบเรา แล้วมานั่งเพ้อเอาที่หลัง แต่คือโดยรวมแล้วมันแปลกๆอ่ะแบบว่าอีเหี้ยอยู่ดีๆก็มีมาหาหรอ มันฟังดูแปลกๆอ่ะ เพราะส่วนใหญ่กระเทยเราจะเป็นฝ่ายออกล่าส่วนใหญ่ ก็ปฏิเสธเช่นกันอ่ะ


เทอว์เป็นกระเทยที่จิตแกร่งมากๆ นะคะ
อย่าสูญเสียตัวเองนะคะ จุ๊บุ


_________________
Too Little Too Late :[
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
สู้ๆนะคะ like


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
อีดอก เรื่องเยอะค่ะจะเอาก็เอาถ้าอยากได้
ถ้าคิดว่าไม่ได้ไม่มีทางก็ตัดใจค่ะอีตุ๊ด
หรือถ้าทำใจเป็นเพื่อนด้วยก็เอาแค่เป็นเพื่อน
ไปหาความอบอุ่นจากผู้ชายที่เค้าอยากได้ผู้ชายเป็นแฟนสิค้ะ
เป็นตุ๊ดต้องฉลาดค่ะอีดอก



_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
ไม่รู้จะแนะนำไรดี ขอเล่าเรื่องของตัวเองละกัน คนก่อนหน้าของเราเป็นคนแรกในชีวิตที่เรารู้สึกบางอย่างกับเค้าตั้งแต่แรกเห็น
คือคนอื่นๆที่ผ่านมามันจะแบบคบกันไปซักพักแล้วค่อยรู้สึกอะ แต่คนนี้ไม่

เราเจอเค้าตอนเปิดเทอมที่คละห้องใหม่ ตอนแรกเราก็ไม่กล้าไปยุ่งไรกับเค้าอะนะ แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไรเหมือนเธอ
เพราะเค้าก็ไม่ได้มาคุยไรกะเรา เราก็แค่หาจังหวะคุย ถามนู่นนิดนี่หน่อย นิดเดียวก็ฟินละ

แต่ต่อมา ไม่รู้จะด้วยพรหมลืขิตหรืออะไรก็ตามนะ กลายเป็นว่าเรากะเค้ามีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่าง
เช่นถนัดเรื่องเดียวกัน ชอบฟังเพลงดูหนังเหมือนกัน ไรประมาณนั้น เค้าก็เลยเริ่มมาตีสนิทกะเรา
เริ่มจากเค้าเป็นคนแอดเอ็ม แอดเฟสมา แล้วก็คุยกันในเอ็ม ในเฟสบ่อยๆ คุยกันแบบบ้าๆบอๆอารมณ์เข้าใจกันสองคน
ที่โรงเรียนก็สนิทกันมากขึ้น แบบไปไหนมาไหนกันเยอะขึ้น ต่อมมโนของเราก็พัฒนาตามไปเรื่อย
และด้วยความที่มีไรคล้ายกันหลายอย่าง เราก็ยิ่งมโนไปเอง คือคิดไปเองว่าเป็นแฟนกันแล้วแหละ
แบบฟังเพลงรักแล้วเคลิ้มตามอย่างงั้นเลย แต่ในความเป็นจริงก็ทำตัวเป็นเพื่อนปกติ

จนผ่านมาเรื่อยๆอารมณ์เจ้าเข้าเจ้าของมันก็เริ่มออกมาอะ ประมาณว่างอน น้อยใจเค้ามากขึ้นเวลาเห็นเค้าไปคุยสนิทสนมกะคนอื่นอะไรประมาณนั้นก็จะน้อยใจ แต่ก็บอกเค้าไม่ได้ บอกใครก็ไม่ได้ ก็เลยต้องเจ็บอยู่คนเดียว
ช่วงแรกๆก็ยังมีง้อๆกันได้ แต่ต่อไปมันก็เป็นอีกเรื่อยๆ พอน้อยใจก็จะไม่อยากคุยแล้วทำตัวน่ารำคาญใช่ปะ ก็ยิ่งห่างเหินกันมากขึ้น แล้วเค้าก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ขี้งอนเหมือนกันอะ คือเค้าไม่ได้งอนเรา แต่เวลาเราทำเมืนๆหรือเหวี่ยงใส่เค้า
เค้าก็จะคิดมากแล้วก็จะไม่คุยด้วยกลับ
มันก็จะเป็นแบบนี้ คุยกันน้อยลงๆ เวลาคุยก็เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม

จนครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันแรงมาก
คือตอนนั้นเราตกลงกันว่าจะไปเที่ยวที่นึง แล้วเค้ามาบอกทีหลังว่าไปไม่ได้ แต่เรามารู้จากเพื่อนอีกคนว่าเค้าไปกับเพื่อนกลุ่มอื่น
เราก็โมโหมาก ถามๆเค้าว่าทำไมถึงโกหก แล้วก็โทรไปเคลียร์ประมาณนั้น แต่คุยซักพักก็โดนตัดสายทิ้ง
อารมณ์ตอนนั้นมันแบบถาโถมเข้ามาเยอะแยะมากอะ มันทั้งโกรธ ทั้งข้องใจที่เค้าโกหก โกรธที่โดนตัดสาย คับข้องใจในความสัมพันธ์ช่วงหลังที่ไม่เหมือนเดิม แล้วก็อึดอัดใจที่แสดงความรู้สึกออกมาได้ไม่เต็มที่และต้องเก็บเอาไว้ตลอด
ความคิดมันวิ่งพล่านจนหัวจะระเบิดอยู่แล้ว ส่งข้อความไปุถามเค้าว่าทำไมถึงตัดสายเค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้ตัดมันดับไปเอง

หลังจากนั้นเราก็ไม่คุยกะเค้า โชคดีที่เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่พอดีเลยไม่มีโอกาสได้เจอเค้าต่อหน้าให้ตอกย้ำ
แต่ว่าช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นเป็นอะไรที่ทรมานมาก แบบเหมือนหัวใจมันแตกสลาย (ก็คิดเองเออเองมาตั้งแต่แรกอะนะ) เราคิดว่าเค้าเป็นคนที่มีอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นมาตั้งแต่แรก และหลังจากที่ได้เป็นเพื่อนสนิทกันก็มโนไปเองมาตลอดว่าเราเป็นอะไรกัน (ทั้งๆที่รู้ว่าจริงๆไม่ได้เป็น แค่คิดเล่นๆไปเองเฉยๆ) คิดว่ามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน คิดว่าเค้าเป็นคนพิเศษกว่าคนอื่นที่เคยผ่านมา แต่สุดท้ายเค้าก็โกหกและทำร้ายจิตใจเรา (ยังมโนอยู่)
อยู่ดีๆก็จะนึกถึงภาพเก่าๆของเรา ในไดอารี่ก็ยังมีเรื่องของเค้าเขียนไว้อยู่
เราเปิดเพลงอกหักฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้องเพลง love takes time ซ้ำไปซ้ำมา ได้แต่หวังว่าเวลาจะช่วยเยียวยาได้อย่างในเพลงจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็ผ่านไป พอเปิดเทอมใหม่เราก็เจอกับใครคนใหม่ Happy ที่ยังคบ (เป็นเพื่อนสนิท) ถึงปัจจุบันนี้
คนนี้ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรมากเหมือนคนที่แล้ว แต่คนนี้เป็นคนที่เข้าหาเราก่อน และเป็นจังหวะที่เรากำลังหวั่นไหวอยู่พอดี 555
เราก็เลยเป็นฝ่ายไปตีสนิทเค้า แล้วตอนนี้ก็เลยสนิทกัน
แต่ก็ยอมรับว่าคนนี้สู้กับคนที่แล้วไม่ได้เลยจริงๆในหลายอย่าง ยกเว้นเรื่องที่เป็นคนไม่ขี้งอนและไม่คิดมากเลย
อยู่ด้วยแล้วค่อนข้างสบายใจกว่า
พอเรางอนหรือทำเมืนเค้าก็ยังคุยกะเราเหมือนปกติ จนเราหายโกรธไปเอง
ตอนนี้เราก็ประมาณว่าถอยห่างจากความรักอะ คือกับคนปัจจุบันก็แอบมโนบ้างแต่ก็ไม่บ่อยแล้วก็ไม่จริงจัง
แล้วตอนนี้ก็กลับไปคุยกะคนก่อนหน้าแล้ว (เราบอกเค้าว่าลืมเรื่องเก่าๆแล้วกลับมาคุยกันเหมือนเดิมเถอะนะ)
แต่ก็ไม่สนิทกันแล้ว กลายเป็นพอเจอกันก็ทักที
แล้วก็เหมือนยังมีความรู้สึกบางอย่างมากั้นกลางระหว่างเรากับเค้าอยู่นิดนึง
มีบางครั้งที่ยังนึกถึงความหลัง ก็เสียใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

กับคนปัจจุบันเราก็ไม่คิดถึงอนาคตอะ ยอมรับว่ารู้สึกกับเค้าบ้างแต่เราก็คบกันเป็นเพื่อนสนิทไปเรื่อยๆ
ช่วงแรกๆอาจจะอยู่ด้วยกันบ่อยมากแต่ก็พยายามไม่คิดอะไร จนตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนช่วงแรกแต่ก็ยังสนิทอยู่
คือรักษาระยะห่างอะไม่ให้ใกล้หรือไกลไป ก็มีความสุขอยู่กับปัจจุบันดี อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างมัน

สรุปคือ ไม่รู้เธอจะคิดเหมือนกันรึเปล่า แต่จากที่เราเคยผ่านมา เราคิดว่าเมื่อไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ต้องเจ็บอยู่ดี
ถ้าเป็นเรานะก็ทำความรู้จัก คบๆกันไปเถอะ คือไปคุย เป็นเพื่อนกับเค้าแล้วไม่คิดอะไร
ความคิดมันห้ามยาก พอเวลาต้องหักห้ามใจมันก็เจ็บนิดนึง แต่พอมีความสุขมันก็มีความสุขนะ
ถ้าเธอมั่นใจว่าจะไม่คิดไปเองมากก็ไม่ค่อยเจ็บหรอก แล้วยังได้คบกับเค้าเป็นเพื่อนไปด้วย
แต่ถ้าเธออยากจะตัดใจซะแต่ตอนนี้ มันก็ย่อมเจ็บ แต่ในที่สุดก็จะหาย ยิ่งถ้าไม่ได้เจอกันก็ยิ่งหายเร็ว
ส่วนอนาคตหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่อาจรู้ได้

พล่ามมาซะยาว แบบว่ามันอัดอั้นมานานไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง ขอมาเล่าที่นี่ละกันนะคะ ถ้ายาวไปก็ sorry โนะ Very Happy


ปล. คนก่อนๆที่เราเคยแอบชอบ ปัจจุบันนี้ก็คุยกันได้แบบเพื่อนปกติที่ไม่มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย แปลกใจตัวเองเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าคนทั่วไปเวลาเลิกกันแล้วต่อมาจะรูั้สึกแบบนี้รึเปล่า
ก็มียกเว้นแค่คนที่เราเล่าถึงนี่แหละที่เวลาจะคุยยังรู้สึกหมางเมิน ไม่แน่ใจ ไม่อยากคุยอยู่นิดนึง แต่ส่วนตัวแล้วเราคิดว่าเป็นเพราะนิสัยคิดมากและทิฐิของเราทั้งคู่


_________________
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  
กะเทยเป็นเพศที่หลงรักใครง่ายๆจริงๆ

ถ้าจะบอกว่าอบ่าไปรักใครง่ายๆก็พูดยากอ่ะนะ เพราะใจมันบังคับกันไม่ได้


_________________




ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 4 จาก 7
ไปที่หน้า ก่อนหน้า  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ถัดไป
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com