˹���á Forward Magazine

ตอบ

อีโตจัน (5)
ผู้ตั้ง ข้อความ
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ อีโตจัน (5) 


http://hysteriaculture.wordpress.com

http://www.facebook.com/hysteriaculture

บทความ/นิยายในเพจ Hysteria นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียน “นายมัลนร ล้ำสกุลวงศ์” (https://www.facebook.com/ArmandVladJekyllDangouleme8774 และเพจ http://www.facebook.com/hysteriaculture )เท่านั้น ห้ามทำซ้ำ ดัดแปลง คัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใด หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาติ

ความเดิมจากตอนที่แล้ว – - มาดามDitaได้ออกอุบายให้พ่อบ้านปีเตอร์โทรชวน “โมลท์เซ่น อเล็กซานเดอร์” มาที่งานมิดไนท์ดินเนอร์การกุศลของตัวเอง จันทรา,อีโตจัน,เคียวโกะและมิซาเอะได้ไปทานข้าวกันที่ภัตราคารจีนที่เป็นหอนางโลมและได้พบเจอกับ “เอียนจือ ดอกทอง” ดาวแห่งหอนางโลมผู้มีวรยุทธ์

ณ ท่าอากาศยานฮ่องกง – - บนเครื่องบินส่วนตัวของเอกอัครราชทูตแห่งประเทศญี่ปุ่นที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศหลังจากมาพักผ่อนที่ฮ่องกงกับภริยาและทีมงานกว่ายี่สิบชีวิตซึ่งกำลังรอเวลาที่เครื่องจะทะยานกลับสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย “ท่านผู้โดยสารโปรดทราบๆ ขณะนี้…กรี๊ดดด!!!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของแอร์โฮสเตสจากห้องบังคับการทำเอาผู้โดยสาน สจ๊วร์ตและแอร์โฮสเตสอีกสองคนถึงกับขนลุกก่อนที่เครื่องจะพุ่งขึ้นสู่ฟ้าอย่างรุนแรงชนิดปราศจากการเตือนใดๆจนทุกคนในห้องโดยสารหัวคะมำ “อะไรกันเนี่ย?!!! ผมต้องไปต่อว่าทางห้องเครื่องเสียหน่อยแล้ว นี่ถ้าท่านทูตกับคุณหญิงเป็นอะไรไปจะว่ายังไง?” หนึ่งในคณะผู้ติดตามลุกขึ้นอย่างเดือดดาล ตามด้วยเสียงประตูทางด้านหลังที่เปิดออกเผยให้เห็นเรือนร่างงามของหญิงสาวในชุดสายเดี่ยวสั้นจุ๊ดสีชมพูที่มีผมสีฟ้าส่องประกายสะท้อนแสงและตรงปลายเป็นสีน้ำเงินเข้มกับหญิงสาวผมทองร่างท้วมเดินตามมาพร้อมรอยยิ้มสุดอำมหิต “พวกคุณเป็นใครไม่ทราบ” หนึ่งในบอดี้การ์ดลุกขึ้นแล้วหันมาประจันหน้า “ฝน!!!” ราชินีพัดเหล็กคาโอริเรียกชื่อสมุนเอก สิ้นสุดคำพูดของนางมารฝนก็ชักกระบี่ออกมาแล้วพุ่งเข้าฟันไปที่ร่างขอบอดี้การ์ดเคราะห์ร้ายที่กำลังเดินย่างสามขุมมาหาผู้หญิงทั้งสองจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วห้องโดยสารท่ามกลางเสียงกรีดร้องของแอร์โฮสเตส ภริยาท่านทูตและผู้ติดตามหญิงอีกสามคน บอดี้การ์ดสามคนที่เหลือรีบอุทิศตัวเป็นโล่ห์ในการป้องกันท่านทูตและภริยาในขณะที่บอดี้การ์ดหญิงใจกล้านางนึงชักปืนออกมาด้วยความรวดเร็วและกระหน่ำยิงใส่ฝนไม่ยั้ง ฝนกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนที่จะหงายหลังล้มและแน่นิ่งไป บอดี้การ์ดหญิงคนนั้นได้เล็งปืนมาที่คาโอริหากแต่เธอได้ถูกมือที่แข็งเหมือนคีมเหล็กบีบตรงขมับอย่างแรงจนทรุดลงก่อนจะถูกบิดหัวให้หันกลับมา360องศาพร้อมกับกระดูกคอที่หักละเอียดโดยฝนที่ไปยืนอยู่ข้างหลังเธอ “วิชาภาพมายา” ราชินีพัดเหล็กคาโอริเอ่ยขึ้นเป็นภาษาญี่ปุ่น “วรยุทธ์จีนโบราณก่อนสมัยราชวงศ์ถังที่อาศัยอุณหภูมิของกำลังภายในบวกกับสภาพอากาศที่เย็นจัดด้านนอกเนรมิตภาพมายาขึ้นมาตบตาคู่ต่อสู้โดยที่เราจะหายตัวไปยืนด้านหลัง ของแบบนี้ไม่มีหรอกนะในประเทศมหาอำนาจที่เพิ่งเกิดใหม่เหมือนเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างญี่ปุ่น” นางมารเดินตรงเข้ามา

บอดี้การ์ดอีกสามนายที่เหลือกระหน่ำลูกกระสุนปืนมาที่ราชินีพัดเหล็กคาโอริแต่เธอเพียงแค่โบกพัดเหล็กในมือกระสุนที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมดก็กลับแน่นิ่งอยู่กลางอากาศ “โดนยิงน่ะมันเจ็บนะจ๊ะ!!!” สิ้นสุดคำพูดของนางมารกระสุนปืนกลางอากาศทั้งหมดก็ลอยพุ่งเข้าใส่เจ้าของกระสุน สจ๊วร์ตและคณะผู้ติดตามทั้งหมดจนล้มพับไป เหลือเพียงแอร์โฮสเตสสาวทั้งสอง ท่านทูตและภริยา “เธอสองคนต้องการอะไร” ท่านทูตแข็งใจถาม “อย่างแกจะมาให้อะไรฉันได้” ราชินีพัดเหล็กกางพัดแล้วเขวี้ยงประดุจบูมเมอแรงประหารท่านเอกอัครราชทูตทันที “คุณคะๆ” ภริยาท่านทูตร่ำไห้พลางกอดศพไร้ศรีษะของสามีในขณะที่นางมารเดินถือพัดย่างสามขุมเข้ามามองหน้าแอร์โฮสเตสสาวทั้งสองที่ยืนกลัวจนตัวสั่นก่อนจะเดินหันหลังกลับไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ผู้โดยสารนุ่มๆ ทำเอาภริยาท่านทูตถึงกับชะงักด้วยความงุนงงก่อนจะกรีดเสียงร้องเมื่อร่างของแอร์โฮสเตสนางหนึ่งลงมากองตรงหน้าเมื่อถูกแทงจนลำไส้ทะลัก “ฮวายอง” – - นางนกต๋อสมุนของราชินีพัดเหล็กหันมามองภริยาท่านทูตด้วยรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมก่อนจะหยิบปืนพกขึ้นมาระเบิดเข้าไปที่สมองของหญิงที่น่าสงสารจนกะโหลกแตกยับ ในขณะที่ราชินีพัดเหล็กคาโอริและฝนกำลังมองอย่างพึงพอใจ “ทำดีมากฮวายอง สมแล้วที่เป็นยอดฝีมือจากแดนโสม” นางมารปรบมือ “ฝน!!! บริการอาหารให้ข้าและพี่สะใภ้เจ้าหน่อยสิ ความฝันของเจ้าคือการเป็นแอร์โฮสเตสไม่ใช่เหรอ?” คาโอริหันมาสั่งลูกสมุนด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่ฝนรีบกระตือรือร้นเดินออกไปพร้อมกับหลงที่เดินเข้ามาในห้องโดยสาร “ผมตั้งให้เครื่องบินขับเองโดยอัตโนมัติแล้วครับท่านแม่” ก่อนจะเดินเข้าไปกอดจูบฮวายองด้วยความคิดถึง

ญี่ปุ่น – - เวลา9โมงเช้าบนเตียงที่แสนจะอุ่นและนุ่มสบาย อีโตจันและเคียวโกะกำลังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง ในขณะที่จันทราเดินมาเคาะประตูห้อง “สาวๆจ๊ะตื่นอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วลูกๆ อาจารย์มิซาเอะมารอทานอาหารเช้าแล้วและวันนี้พวกเราต้องไปเยี่ยมโอซาว่าคุงกันนะ!” อีโตจันและเคียวโกะเดินสะลึมสะลือลงมาจากเตียงอีโตจันมีความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดหลังจากที่ได้พบกับ “เอียนจือ ดอกทอง” เมื่อคืน เธอรู้สึกผูกพันกับผู้หญิงคนนี้อย่างประหลาดและมีความรู้สึกที่อยากจะกลับไปที่หอนางโลมเพื่อหาเธออีก หวังว่าจะได้พูดคุยกับเธอและรู้จักเธอมากขึ้น “อีโตจันเธอเป็นอะไรรึเปล่า?” เคียวโกะถามเมื่อเห็นเพื่อนมีอาการซึม “อ๋อ!!! เปล่าๆไม่มีอะไรหรอก” อีโตจันรีบบอกปัด “ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนที่ฉันเห็นเธอปาดาวกระจายล่ะก็ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอไปเรียนมาจากไหนแต่ไม่ต้องห่วงนะฉันจะไม่บอกใครหรอก สัญญาจ๊ะ เก้ยวก้อย!!!” คำพูดของเคียวโกะทำให้อีโตจันยิ้มออกมาอย่างเบิกบานจริงๆเป็นครั้งแรก เคียวโกะคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอมาตั้งแต่สมัยประถมและหนึ่งในสิ่งที่หนักใจอีโตจันที่สุดก็ได้คลี่คลายไป เพราะเธอกลัวมาทั้งคืนว่าเคียวโกะจะมองเธอเป็นตัวประหลาดและอาจจะไม่อยากเป็นเพื่อนกับเธออีกต่อไป

อีโตจัน,เคียวโกะ,มิซาเอะและจันทรานั่งรับประทานอาหารเช้าเลิศรสที่จันทราตั้งใจเตรึยมสุดฝีมือนั่นคือซุปเต้าเจึ้ยวสาหร่ายญี่ปุ่นรสเลิศเสิร์ฟพร้อมกับชุดเบคอน สลัด มันฝรั่ง ไข่ดาวและไส้กรอกแบบตะวันตกพร้อมกับ “กล้วยบวชชี” ขนมหวานแบบไทยที่ดูท่ามิซาเอะและเคียวโกะจะประทับใจกับเมนูจับแพะชนแกะที่ลงตัวนี้ไม่น้อย ก่อนที่มิซาเอะจะเป็นสารถีพาทุกคนไปเยี่ยม “โอซาว่า ซาโตชิ” ที่โรงพยาบาลโตเกียว “อุ๊ย!!! คุณแม่คะ ซาโตชิส่งLineมาบอกหนูด้วยว่าปลอดภัยแล้ว พยาบาลเพิ่งเปลี่ยนผ้าพันแผลให้และตอนนี้คุณแม่มาเฝ้าอยู่ด้วยค่ะ” อีโตจันตะโกนขึ้นมาอย่างดีใจ “อีตาบ้าซาโตชิ!!! ฉันเหรอก็ส่งทั้งLineทั้งWhatsappทั้งส่งข้อความไปในเฟซบุ๊คส์ แต่ไม่ตอบฉันสักคำ!!!” เคียวโกะฉุน “คุณนายโอซาว่าอยู่ด้วยเหรอจ๊ะแบบนี้ก็ดีเลยน่ะสิ จะได้แนะนำให้ทำความรู้จักกับอาโตอิซังเอาไว้ คุณนายโอซาว่าน่ะเป็นประธานของสมาคมผู้ปกครองระดับมัธยมปลายของโรงเรียนเราน่ะจ๊ะ” มิซาเอะหันไปมองจันทราซึ่งยิ้มตอบกับมาอย่างตื่นเต้น “โอซาว่าคุงไม่เป็นไรฉันก็โล่งใจ เราน่าจะแวะซื้ออะไรไปฝากเขาหน่อยนะ” จันทราเสนอความคิด

ณ โรงพยาบาลโตเกียว “แคทลายี” แม่หม้ายวัยเฉียด50ปีเจ้าของ The Salon Of Love ร้านทำผมที่โด่งดังมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในย่านโตเกียวพาราไดซ์กำลังนั่งมองลูกชายที่กำลังเล่นเกมส์Safari SkiในIpadด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสงสาร “ซาโตชิคุงลูก!!! หนูน่าจะนอนพักนะคะแผลจะได้หายไวๆ” แคทลายีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “โธ่ แม่ครับ!!! ก็ผมเบื่อนี่หน่าจริงๆเอ็กซเรย์แล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรมากด้วย จะต้องนอนโรงพยาบาลอีกทำไมตั้งคืนนึงก็ไม่รู้” ซาโตชิบ่น “ก็คุณหมอเขาอยากจะให้แน่ใจว่าลูกหายดีจริงๆแล้วไงคะ อย่าดื้อนะคนดีนอนพักผ่อนดีกว่านะคะลูก” เธอยื่นมือไปหยิบIpadจากมือของลูกชายที่ยอมเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่ายพร้อมกับหันมาห่มผ้าให้ลูกสุดรักก่อนที่เสียงประตูจะเปิดขึ้น เป็นจันทรา,อีโตจันและเคียวโกะที่เดินเข้ามาในห้องตามด้วยมิซาเอะที่หอบกระเช้าผลไม้และนมกล่องเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม แต่แคทลายีดูเหมือนจะแสดงออกชัดเจนถึงอาการไม่ต้อนรับพวกเธอผิดกับซาโตชิที่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ “คุณครูสวัสดีครับ!!! อีโตจันกับเคียวโกะก็มาเยี่ยมฉันด้วยเหรอ” ซาโตชิรีบลุกขึ้นแต่ผู้เป็นแม่รีบเอามือมาประคอง “โธ่ ลูก! ทำไมรีบลุกแบบนี้ล่ะเดี๋ยวแผลก็ปริหรอก” แคทลายีพูดอย่างอ่อนใจ “นี่ซาโตชิฉันขอบคุณเธอมากๆนะที่ช่วยฉันไว้เธอกล้าหาญมากๆเลยนะ” อีโตจันเดินมาหาถึงข้างเตียง “ไม่เป็นไรหรอก! ว่าแต่เรื่องมันเป็นยังไงล่ะ เราสองคนถึงรอดมาได้น่ะ?แล้วเธอเป็นอะไรมั้ย???” ซาโตชิถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรหรอก ต้องขอบคุณเคียวโกะน่ะที่มาเจอพวกเราพอดีเลยร้องตะโกนให้คนช่วย” อีโตจันพูดปดพลางหันไปมองหน้าเคียวโกะซึ่งพยักหน้ารับ “อื้ม!!! เธอไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยซาโตชิ?” แต่แคทลายีสวนขึ้นมาก่อนที่ลูกชายจะอ้าปากตอบ “เฮอะ!!! ถามมาได้ไม่เป็นไร! ลูกชายฉันโพกผ้าพันแผลซะหนาขนาดนี้หนูว่าเขาดูสบายดี ‘มากแมะล่ะจ๊ะ?’” เธอเน้นเสียงแบบแดกดันที่ประโยคหลังทำเอาเด็กทั้งสามถึงกับหน้าเจื่อนและจันทราก็ชักสีหน้าแสดงความไม่สบอารมณ์ทันที มิซาเอะเห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตและความอึดอัดจึงรีบแทรกขึ้น “ดิฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆค่ะ คุณนายโอซาว่า เอ่อ ขอแนะนำให้รู้จักคุณนายอาโตอิแม่ของอีโตจันค่ะ” มิซาเอะพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้บรรยากาศดีขึ้นด้วยการพยายามจะผูกมิตรระหว่างคุณแม่ของทั้งสองฝ่าย หากแต่นี่อาจจะกลายเป็นการจุดชนวนสงครามให้สองสาวรุ่นใหญ่เสียมากกว่า

แคทลายีมองจันทราอย่างประเมิีนค่าขณะที่อีกฝ่ายโค้งคำนับและมอบกระเช้าผลไม้พร้อมนมสดให้ “ขอบคุณมากๆค่ะแต่ดิฉันคงรับไว้ไม่ได้ ซาโตชินี่ฉันไม่ได้เล้ยงมาแบบบ้านๆน่ะค่ะไม่เคยให้กินนมหรือผลไม้ที่มีวางขายเกลื่อนกลาดตามซุปเปอร์มาร์เก็ตหรอก” แคทลายีพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งถือดีทำเอาทุกคนในห้องถึงกับหน้าถอดสีกับกิริยาที่หยาบคายไร้มารยาทของสาวสังคมท่านนี้มาก ผิดกันกับจันทราที่ยิ้มกว้างออกมาอย่าพึงพอใจเป็นครั้งแรกแล้วหันมาทางซาโตชิ “โอซาว่าคุงจ๊ะแม่ขอบคุณหนูมากๆนะที่ช่วยลูกสาวแม่ไว้ เป็นสุภาพบุรุษและกล้าหาญมากๆเลยทีเดียวแม่ว่ากระเช้านี้แม่มอบให้กับมือเธอเองดีกว่าถึงจะถูก – - เพราะแม่ตั้งใจมาขอบคุณเธอโดยเฉพาะ ‘ไม่ใช่ใครทั้งนั้น’ ^ ^ ” จันทราพูดขอบคุณซาโตชิด้วยน้ำเสียงโอบอ้อมอารีทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับยิ้มกว้าง “ขอบคุณมากๆครับ ผมดีใจมากๆเลย” ก่อนที่จะรับกระเช้าจากจันทรามาวางไว้บนตักและเจาะนมสดดื่มอย่างเอร็ดอร่อย “ตายแล้วซาโตชิ!!! นมถูกๆแบบนั้นลูกทานเข้าไปได้ยังไง พาสเจอไรซ์มาดีรึยังก็ไม่รู้เดี๋ยวก็ท้องเสียหรอกค่ะลูก” แคทลายีโวยวาย “ดิฉันว่านมที่คนซื้อกินกันทั้งประเทศนี่เขาพาสเจอไรซ์มาดีแล้วล่ะค่ะ ‘ใจ’ของคนบางคนมากกว่าที่ไม่เคยผ่านกระบวนการเหล่านี้ น่าเสียดายหน้าตาสวยๆและความมีหน้ามีตาทางสังคมแต่กลับใช้โอกาสที่มีมากกว่าในการดูถูกคนอื่น ดิฉันล่ะผิดหวังจริงๆที่ได้เห็นว่าตัวตนที่แท้จริงของ ‘โอซาว่า แคทลายี’ CEOร้านซาลอนชื่อดังระดับประเทศ สาวสังคมไฮโซและประธานสมาคมผู้ปกครองของโรงเรียนมัธยมโตเกียวจะไร้มารยาทต่างจากที่เห็นตามหน้านิตยสารลิบลับ” จันทราหันไปเผชิญหน้าด้วยคำพูดที่เชือดเฉือนเผ็ดร้อนจนทำเอามิซาเอะ,อีโตจันและซาโตชิถึงกับตกตะลึง ในขณะที่เคียวโกะดูเหมือนจะไม่สามารถปิดบังรอยยิ้มที่มาจากความสะใจแสนสาหัสได้ “แม่ขาพอเถอะค่ะ เรากลับกันดีกว่า ซาโตชิจะได้พักผ่อน” อีโตจันเข้ามาปรามจันทราที่ดูเหมือนอารมณ์กำลังเดือดดาล “ดี!!! รีบๆพาแม่เธอไปให้พ้นๆจากที่นี่ได้แล้วและเธอสองคน (แคทลายีชี้มาที่อีโตจันกับเคียวโกะ) อย่าได้สาระแนมาวุ่นวายกับลูกชายฉันอีก ดัดจริต!!! อายุแค่16ก็่ลากผู้ชายออกไปเที่ยวยัน2-3ทุ่มจนเป็นเรื่องเป็นราว อาจารย์มิซาเอะรบกวนอบรมอีหนูสองคนนี้เป็นพิเศษแทนบิดามารดาเขาด้วยนะคะท่าทางแร่ดซะขนาดนีดิฉันว่า ‘ไม่พ้นปีนี้คงป่อง’” แคทลายีแผดเสียงหัวเราะหลังจากได้ปล่อยคำดูถูกเด็กสาวทั้งสองไป

“แม่ครับ!!!” ซาโตชิร้องขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “สองคนนี้เขาเพื่อนผมนะครับ ถ้าผมไม่ได้อีโตจันกับเคียวโกะช่วยไว้ก็คงจะโดนพวกมันฆ่าไปแล้ว” แต่เป็นฝ่ายจันทราที่หันมาตอบซาโตชิอย่างเยือกเย็น “นอนพักผ่อนเถอะหนูซาโตชิ บางทีเรื่องของ ‘บุญคุณ’ ก็เป็นสิ่งที่สอนให้บางคนรู้จักกันไม่ได้จริงๆต่อให้จะแก่แง้มฝาโลงขนาดไหนก็ตาม พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าดอกบัวมี4เหล่าน่าแปลกใจที่บัวที่โผล่พ้นน้ำอย่างหนูกลับมีแม่ที่ (จันทราหันมาเท้าสะเอวมองแคทลายีบอกสัญญาณอันตราย) เป็นบัวคนละเหล่าโดยสิ้นเชิง!!!” แคทลายีโกรธจนตัวสั่น “ถ้าไม่มีอะไรแล้วดิฉัน ครูมิซาเอะกับเด็กๆขอตัวลากลับก่อนแล้วกันนะคะ” จันทราโค้งคำนับแคทลายีแบบผู้มีวัฒนธรรม ก่อนที่จะหันไปมองเชิงบังคับให้อีโตจัน,เคียวโกะและมิซาเอะทำตามก่อนที่จะเดินตามทั้ง3ไปที่ประตู “อ๋อ อีกเรื่อง!!!” จันทราหันมายิ้มเผชิญหน้ากับคุณนายโอซาว่า “ใครเขาช่างอุตริตั้งชื่อให้คุณว่า ‘แคทลายี’ เพราะเห็นแต่คนดีๆเขามีแต่ชื่อ ‘แคทลียา’ ออกมาได้ ‘ดอกทอง’ สมชื่อมากๆ ‘ผู้ที่มีปิยะวาจาจะนำแต่คำพูดที่สร้างความสุขใจให้แก่ผู้อื่น…อย่างคุณเขาเรียกว่า ‘ต่ำช้า!!!!’ ‘ ” จันทราปล่อยหมัดเด็ดสุดท้ายก่อนจากทำเอาเคียวโกะหัวเราะพรื่ดดดออกมาอย่างปราศจากการควบคุมก่อนที่ทั้งหมดจะเดินออกมาจากห้อง ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของแคทลายี

“ฉันละหมั่นไส้ยัยแก่แคทลายีจริงๆให้ตาย!!!” เคียวโกะระเบิดอารมณ์ออกมาแบบสุดจะทน “นั่นสิไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายัยป้าปากปลาร้านั่นจะเป็นแม่ของซาโตชิ อีดอกเอ๊ย!!!” อีโตจันเสริมโดยลืมไปว่าอาจารย์มิซาเอะกำลังยืนฟังอยู่ด้วย “นี่แน่ะ!!!” มิซาเอะหยิกไปที่แขนของอีโตจัน “ห้ามพูดคำพวกนี้นะจ๊ะ อาโตอิ!!! แต่ฉันก็ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆว่าคุณนายโอซาว่าจะไร้มารยาทกับพวกเราได้ถึงขนาดนี้” เธอหันมามองหน้าของจันทราที่มึนตึงบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์โกรธ “ฉันว่าอย่าไปสนใจเขาเลย คนบางคนก็ต้องมีกล้องมาค่อยจับภาพถึงจะแสดงด้านที่ดีออกมา” จันทราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบขัดกับสีหน้าที่ดูเหมือนว่าอยากจะหยิบดาบคู่ใจขึ้นมาฟันปากของโอซาว่า แคทลายีเสียเต็มประดา

ฝรั่งเศส – - ที่งานมิดไนท์ดินเนอร์ในห้องโถงสุดหรูที่คฤหาสน์ของมาดามDita “ดิฉันจัดงานดินเนอร์นี้ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อที่คนในแวดวงสังคมทั้งท่านรัฐมนตรี นักการเมือง ประธานบริษัท ดาราและไฮโซจะได้ร่วมใจกันแบ่งปันกำลังทรัพย์ตามศรัทธาจากการเข้าร่วมดินเนอร์สุดหรูในครั้งนี้ที่ทางดิฉันได้รับเกียรติจากเชฟ10ท่านที่ติดอันดับท็อปของภัตราคารระดับ5ดาวซึ่งเป็นภัตราคารแนวหน้าทั้ง10แห่งนครปารีสมาปรุงอาหารเลิศรสเพื่อรองรับพวกท่าน ขอพวกเราทุกคนมีความสุขและดื่มด่ำกับอาหารเลิศรสในมื้อนี้โดยไม่ลืมนึกถึงคนที่หิวโหยในถิ่นทุรกันดารของฝรั่งเศส ขอพวกเราไม่ลืมที่จะแบ่งปันทุนทรัพย์ของเราตามศรัทธาและกำลังเพื่อที่ความสุขและความอิ่มหน่ำจะได้บังเกิดทั่วกันอย่างเสมอภาคใน ‘ฝรั่งเศส’ ประเทศที่สวยงามของเราค่ะ” มาดามDitaในชุดราตรีสีแดงสดยืนประกาศกลางห้องโถงท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้มีเกียรติในงานและสื่อมวลชน

“อยากรู้จริงๆว่ายัยนี่มีแผนอะไร” โมลท์เซ่นกระซิบกับสมาชิกอาวุโสของพรรค3-4คนที่ติดตามมาในงานและระหว่างที่รัฐมนตรีกำลังกล่าวสุนทรพจน์น่าเบื่อหน่ายเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและช่องวางของระดับชนชั้นในฝรั่งเศสอันเป็นหัวใจสำคัญที่ท่านสนับสนุนมิดไนท์ดินเนอร์ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งDominicได้เดินควงแขนDitaตรงมาที่กลุ่มของโมลท์เซ่น “สวัสครับดีครับคุณอเล็กซานเดอร์” โดมินิคกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่มเป็นมิตร “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านให้เกียรติมาในงานมิดไนท์ดินเนอร์ของเรา” โดมินิคกล่าวต่อ “อ๋อ แน่นอนทีเดียวครับเมอร์ซิเออร์ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญจาก อ้า คู่แข่งทางการค้าคนสำคัญในอนาคต” โมลท์เซ่นยกแก้วไวน์ Cheers! “ดิฉันไม่ทราบว่าเมอร์ซิเออร์กำลังพูดถึงเรื่องอะไรองค์กรของเราเป็นองค์กรเกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิภาพทางสังคม ไม่ได้เป็นองค์กรทางธุรกิจหรือการค้า” Ditaยกแก้วขึ้นตอบรับพลางตอบเสียงหวาน “ถ้าเช่นนั้นผมคงต้องให้ความกระจ่างแจ้งว่าผมมิได้พูดถึง ‘กิจการ Social Welfare’ ที่คุณใช้บังหน้า กำแพงมีหูประตูมีช่องเสมอครับมาดาม” โมลท์เซ่นขยายความด้วยรอยยิ้มก่อนที่Ditaจะหยิบแก้วขึ้นมาชนเพื่อแสดงความยินดีพร้อมกับยกดื่ม “ท่านรัฐมนตรีปราศรัยเสร็จแล้วดิฉันว่าถึงเวลาของออเดิร์ฟและการเต้นรำ ที่แม้ว่าจะไม่ได้สวมหน้ากากตามประเพณีชนชั้นสูงก็ตาม ‘เนื่องจากดิฉันคาดว่าไม่จำเป็น!!!’ ” Ditaหยั่งเชิงด้วยรอยยิ้มก่อนที่โมลท์เซ่นจะยื่นมือมาเพื่อขอDitaเต้นเป็นคู่เปิดฟลอร์

“รู้มั้ยมาดามผมคิดว่าเราจะสามารถเป็นคู่ค้าทางธุรกิจที่ดีต่อกันได้มากกว่า’คู่แข่ง’ถ้าคุณจะยินดีเปิดช่องทางให้แก่ผู้ทำธุรกิจท่านอื่นตามหลักของการ’แบ่งปัน’ที่คุณมักจะปราศรัยต่อหน้าสาธารณชนบ้าง” โมลท์เซ่นพูดกับDitaในขณะที่ทั้งห้องโถงกำลังบรรเลงด้วยเครื่องสายออเครสต้าที่ขับขานท่วงทำนองดนตรีคลาสสิค “นั่นคือสิ่งที่ดิฉันคิด’หากแต่’ดิฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆที่ไม่ได้มีสิทธิ์ขาดใดๆทั้งสิ้น แม้แต่สิ่งที่จะตัดสินใจ” Ditaตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทางอันเปี่ยมจริตจก้าน “ผมไม่คิดว่าผมจะเลือกคู่เต้นผิดหรอกนะ ผมว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีอะไรมากกว่าที่เห็นคุณน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังเสนออยู่ดี มิเช่นนั้นผมก็คงจะชวนสามีคุณเป็นคู่เต้นแต่ทีแรก” โมลท์เซ่นกระซิบ “ตรงประเด็น!!! แต่ไม่ชัดเจน มันจะง่ายขึ้นถ้าคุณบอกข้อเสนอมาตรงๆ” Ditaโอบที่คอของโมลท์เซ่นพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตา “ผมต้องการรู้จักเอเย่นต์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่คุณทำการค้าด้วยและผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสัมปทานที่โดมินิคกำลัซครอบครองในโลกของอาชญากรเพียงผู้เดียวจะแบ่งเป็นสอง!!!” โมลท์เซ่นพูดอย่างเยือกเย็นแกมขู่ “หลังจากที่เรารับประทานอาหารกันเสร็จ ฉันขอให้คนในองค์กรของคุณที่คุณหมายมั่นว่าจะมาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอันแสนอบอุ่นนี้ไปพบกันที่โบสถ์ปารีส โดมินิคจะเป็นคนประสานงานให้พวกเราได้ประชุมกับเอเย่นต์ ส่วนคุณและฉันเราจะขึ้นรถไปมุ่งหน้าไปหาเอเย่นต์ของเรากัน ‘การทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจนี้’ และหากคุณไม่ไว้ใจ (Ditaโบ๊ยหน้าไปทางสมาชิกพรรคอาวุโสทั้ง4ที่ติดตามมา) คุณสามารถพาพวกเขาพร้อมอาวุธปืนไปกับลีมูซีนของฉันได้ ฉันอธิบายให้เอเย่นต์ฟังได้ว่าพวกเขาคือทีมประสานงานของคุณซึ่งก็สมควรอย่างยิ่งต่อการพบปะในครั้งแรกนี้” Ditaบอกพลางจูงมือโมลท์เซ่นมาที่โต๊ะอาหารก่อนงานดินเนอร์การกุศลจะเริ่มขึ้น

บนเครื่องน่านฟ้าของประเทศญี่ปุ่น – - “ท่านแม่นี่เราเข้าสู่อาณาเขตุของประเทศญี่ปุ่นแล้วครับ” หลงรายงาน ในขณะที่ราชินีพัดเหล็กคาโอริกำลังยิงAngry Birdอย่างเย็นใจในGalaxy Note2สีขาวบริสุทธิ์ “รู้อะไรมั้ยว่าทำไมแม่ถึงชอบเจ้าAngry Birdตัวสีดำที่สุด?” นางมารเอ่ยคำถามขึ้นมาลอยๆทำเอาหลงกับฝนถึงกับงุนงงจนตอบไม่ออก แต่เป็นฮวายองที่ให้คำตอบอย่างฉาดฉาน “เพราะตัวสีดำมีอำนาจในการทำลายล้างได้มหาศาลและรวดเร็วที่สุด เมื่อถึงเป้าหมายก็จะระเบิดภายในพริบตา” คาโอริเงยหน้าขึ้นมาหลิ่วตาให้ฮวายอง “เป๊ะเว่อร์!!! สมกับเป็นลูกสะใภ้ของข้า” นางมารลุกขึ้นพร้อมกับขยับเล็บแฟชั่นสีฟ้าน้ำทะเลที่ส่องประกายกากเพชรระยิบระยับ ก่อนที่นางมารจะเปิดภาพที่เธอวาดออกแบบในNote2ของเธอเป็นภาพที่เครื่องบินตกและระเบิดกระจายพร้อมกับโครงกระดูกของคนนับร้อยและภาพของจักรพรรดิญี่ปุ่นที่นั่งร้องไห้ “ฝน!!! เจ้าคิดว่าไง?!!!” นางมารถามสมุนเอกด้วยน้ำเสียงรื่นเริง “งดงามตระการตาเจ้าค่ะท่านอาจารย์ ^ ^ ” ฝนตอบด้วยความชื่นชมทำเอาคาโอริส่ายหัว “หลง!!! เจ้าคิดว่าไง?!!!” นางมารหันมาถามลูกชาย “เป็นศิลปะที่เปี่ยมด้วยความหมายครับท่านแม่ ข้าเชื่อว่าจะต้องเป็นแผนที่ดี” หลงรีบตอบแต่นางมารขัดขึ้นด้วยเสียงเยือกเย็น “ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้นะฮวายอง!!!” ฮวายองยิ้มอย่างมีความหมาย “ดิฉันคิดว่าเราควรจะพุ่งชนที่สนามบินโตเกียวค่ะ ดิ่งชนตรงกลางห้องโดยสารรับร้องว่าจะต้องเป็นโศกนาฏกรรมแน่ๆ” คำตอบที่ได้รับจากฮวายองทำเอาราชินีพัดเหล็กถึงกับยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน “หลงกับฝนจำเป็นที่จะต้องมีเชาวน์ปัญญาและไหวพริบให้มากเทียบเท่ากับวรยุทธ์ในตัว” นางมารนั่งลงบนเบาะพลางดื่มชาเขียวที่ฝนยกมาเสิร์ฟพลางนั่งยิ้มกับภาพสึนามิครั้งล่าสุดที่ทำลายประเทศญี่ปุ่นในYoutube ในขณะที่เครื่องบินกำลังมุ่งหน้าสู่โตเกียว

หน้าโรงแรมหรูย่านฮาราจูกุ “เอียนจือๆเจ้าจะไปไหน???” เสี่ยเล้งเจ้าพ่อธุรกิจบ่อนพนันจากปักกิ่งวิ่งตามสาวอันเป็นที่รัก “ถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องไปจากท่าน” เอียนจือ ดอกทองหันไปตอบพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ “แต่เจ้าจะทิ้งข้าไปไม่ได้ ข้ารักเจ้า!!!” เสี่ยเล้งอ้อนวอน “แต่ข้าไม่เคยรักท่าน” เอียนจือหันหลังตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นที่ผ่านมาเท่ากับเจ้าหลอกข้า เจ้าหลอกให้ข้ารัก หลอกให้ข้าไว้ใจ” เสี่ยเล้งคำราม “ข้าไม่เคยหลอกท่าน แค่ข้าไม่เคยรักท่านเลยก็เท่านั้น” เอียนจือเริ่มเดินจากไป “ไอ้อุ้ย!!! ยิงอีเหี้ยนี่ทิ้งเดี๋ยวนี้” เสี่ยเล้งประกาศก้องแต่อุ้ยก็ได้แต่ยืนมือสั่นเอาปืนเล็งมาที่เอียนจือพร้อมน้ำตา “อาอุ๊ยเจ้าไม่กล้ายิงข้าหรอก” เอียนจือหันไปเผชิญหน้ากับปืนในมืออุ๊ยก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงพื้น “เฮียเล้งถ้าวันนี้ท่านปล่อยข้าไปแล้ววันใดเกิดอยากจะฆ่าข้าก็จงตามหาข้าให้เจอ” เอียนจือเหลียวหลังกลับมาทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไปในความมืด – - น้ำตาของสาวน้อยหลั่งเป็นสายเมื่อหวนคิดถึงจุดก่อนที่ต้นรักของนางกับอาอุ๊ยจะผลิบาน ขณะที่เดินวนกลับมาที่หน้าโรงแรมแห่งเดิมที่กลายเป็นโรงแรมร้างไป

“แม่งเอ๊ยโคตรซวยเลยถูกตำรวจจับได้จนต้องหนีมาปล้นเขากินในย่านฮาราจุกุแทน” หัวโจกจากแก๊งค์อันธพาลสามคนที่ทำร้ายซาโตชิในย่านโตเกียวพาราไดซ์เอ่ย “โชคดีนะพี่ที่ป๋าไปประกันตัวพวกเราไว้ ถ้าไม่มีเส้นพวกเราคงติดคุก…เฮ้ย!!!ดูอีหมวยนั่นดิแม่งโคตรสวยเลย มาเดินเปลี่ยวๆแบบนี้คนเดียวปล้ำแม่งเลยดีกว่า!!!” พวกมันทั้ง3หัวเราะออกมาอย่างหื่นกระหายแล้วเดินตรงไปที่เอียนจือ ดอกทอง

“ไงจ๊ะ น้องสาว!!! มาเดินทำอะไรคนเดียวตรงนี้จ๊ะ ไม่กลัวเหรอ???” หัวโจกแซว “มาเดินหาแขกไปเรื่อยเปื่อยจ๊ะ ^ ^” เอียนจือตอบพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น “โว๊วว ตรงไปตรงมาสมกับเป็นหญิงยุคใหม่แท้อีนาง!!” หนึ่งในกลุ่มหัวเราะ “แต่พวกพี่ชอบกินของฟรีจ๊ะ กินแล้วปล้นแล้วก็กินเรื่อยๆจนอิ่ม!” เอียนจือรู้จุดประสงค์ของพวกผู้ชายถ่อยเหล่านี้ดีจึงแกล้งหันหลังวิ่งเข้าไปในซอยที่ลึกและเปลี่ยวกว่าเดิมให้พวกมันตายใจวิ่งตามพลางหัวเราะและสบถอย่างกักขฬะหื่นกระหาย ก่อนที่เอียนจือจะหันหลังกับมาใส่วิทยายุทธ์หมัดมวยจีนจนพวกมันกระเจิง หญิงสาวทั้งถีบ ชกและเหวี่ยงพวกมันจนหงายหลังแม้จะเป็นชายฉกรรจ์ถึงสามคนแต่พวกมันก็ไม่สามารถต้านทานวรยุทธ์ของเธอได้เลย เอียนจือแกล้งระเบิดฝ่ามือโลหิตทลายกำแพงคอนกรีตเป็นผุยผงจนพวกมันตกใจกลัวและวิ่งแตกกระเจิงโดยมีเอียนจือเดินบนอากาศตามไปติดๆก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงระเบียงชั้นที่5ของโรงแรมร้างเตรียมเผด็จศึก แต่แล้วก็มีรถปอร์เช่สีดำคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งใส่พวกมันจนแตกฮือก่อนที่จะไล่ต้อนพวกมันทั้งหมดกลับเข้าซอยลึกได้อย่างง่ายดาย รถปอร์เช่คันนั้นได้ชนหัวโจกของแก๊งค์อย่างแรงจนลงไปนอนดิ้นพราดๆกับพื้นเนื่องด้วยกระดูกสันหลังหัก ก่อนจะขับพุ่งอัดก็อปปี้นักเลงกระจอกคนหนึ่งของกลุ่มเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างแรงจนมัดขาดใจตายในเวฝาเสี้ยววินาที ในขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีกลับไปทางปากซอยแบบไม่คิดชีวิต

ร่างของผู้หญิงในชุดหน้ากากและเสื้อบอดี้สูทที่เป็น “กากเพชร” สีเงินระยับทั้งตัวได้ปรากฏออกมาจากรถคันดังกล่าวพร้อมยิงปืนลูกซองไปที่กลางหลังของนักเลงชะตาขาดอย่างแม่นยำ “ใครที่มันทำลูกกูมันต้องตาย!!!” เธอแผดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะวิ่งกลับขึ้นรถไปแล้วพุ่งถอยกลับมาทับหัวโจกของกลุ่มที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นจนเครื่องในทะลักถึงจุดจบไปอีกคน ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความตะลึงให้เอียนจือที่แอบตามมาดูอยูเป็นอย่างมาก

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
ตอบโดยอ้างข้อความ
ตอบ  


ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:
ตอบ หน้า 1 จาก 1
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน
  


copyright : forwardmag.com - contact : forwardmag@yahoo.com, forwardmag@gmail.com